วันอาทิตย์ที่ 15 กันยายน พ.ศ. 2556

สิทธิในกระบวนการยุติธรรม

                                             รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย

         (ม.๔๐) บุคคลย่อมมีสิทธิในกระบวนการยุติธรรม ดังต่อไปนี้
         () สิทธิเข้าถึงกระบวนการยุติธรรมได้โดยง่าย สะดวก รวดเร็ว และทั่วถึง
         () สิทธิพื้นฐานในกระบวนพิจารณา ซึ่งอย่างน้อยต้องมีหลักประกันขั้นพื้นฐานเรื่องการได้รับการพิจารณาโดยเปิดเผย การได้รับทราบข้อเท็จจริงและตรวจเอกสารอย่างเพียงพอ การเสนอข้อเท็จจริง ข้อโต้แย้ง และพยานหลักฐานของตน การคัดค้านผู้พิพากษาหรือตุลาการ การได้รับการพิจารณาโดยผู้พิพากษาหรือตุลาการที่นั่งพิจารณาคดีครบองค์คณะ และการได้รับทราบเหตุผลประกอบคำวินิจฉัย คำพิพากษา หรือคำสั่ง
        () บุคคลย่อมมีสิทธิที่จะให้คดีของตนได้รับการพิจารณาอย่างถูกต้อง รวดเร็ว และเป็นธรรม
        () ผู้เสียหาย ผู้ต้องหา โจทก์ จำเลย คู่กรณี ผู้มีส่วนได้เสีย หรือพยานในคดีมีสิทธิได้รับการปฏิบัติที่เหมาะสมในการดำเนินการตามกระบวนการยุติธรรม รวมทั้งสิทธิในการได้รับการสอบสวนอย่างถูกต้อง รวดเร็ว เป็นธรรม และการไม่ให้ถ้อยคำเป็นปฏิปักษ์ต่อตนเอง
        () ผู้เสียหาย ผู้ต้องหา จำเลย และพยานในคดีอาญา มีสิทธิได้รับความคุ้มครอง และความช่วยเหลือที่จำเป็นและเหมาะสมจากรัฐ ส่วนค่าตอบแทน ค่าทดแทน และค่าใช้จ่ายที่จำเป็น ให้เป็นไปตามที่กฎหมายบัญญัติ
        () เด็ก เยาวชน สตรี ผู้สูงอายุ หรือผู้พิการหรือทุพพลภาพ ย่อมมีสิทธิได้รับความคุ้มครองในการดำเนินกระบวนพิจารณาคดีอย่างเหมาะสม และย่อมมีสิทธิได้รับการปฏิบัติที่เหมาะสมในคดีที่เกี่ยวกับความรุนแรงทางเพศ
        () ในคดีอาญา ผู้ต้องหาหรือจำเลยมีสิทธิได้รับการสอบสวนหรือการพิจารณาคดีที่ถูกต้องรวดเร็ว และเป็นธรรม โอกาสในการต่อสู้คดีอย่างเพียงพอ การตรวจสอบหรือได้รับทราบพยานหลักฐานตามสมควร การได้รับความช่วยเหลือในทางคดีจากทนายความ และการได้รับการปล่อยตัวชั่วคราว
        () ในคดีแพ่ง บุคคลมีสิทธิได้รับความช่วยเหลือทางกฎหมายอย่างเหมาะสมจากรัฐ

วันพุธที่ 11 กันยายน พ.ศ. 2556

การรับฟังพยานหลักฐาน

                                           ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา

                (ม.๘๔ วรรคสี่)
                ถ้อยคำใดๆ ที่ผู้ถูกจับให้ไว้ต่อเจ้าพนักงานผู้จับ หรือพนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจ ในชั้นจับกุม หรือรับมอบตัวผู้ถูกจับ
                ถ้าถ้อยคำนั้นเป็นคำรับสารภาพของผู้ถูกจับว่าตนได้กระทำความผิดห้ามมิให้รับฟังเป็นพยานหลักฐาน แต่
                ถ้าเป็นถ้อยคำอื่น จะรับฟังเป็นพยานหลักฐานในการพิสูจน์ความผิดของผู้ถูกจับได้ ต่อเมื่อ ได้มีการแจ้งสิทธิตามวรรคหนึ่ง (แจ้งให้ผู้ถูกจับทราบด้วยว่าผู้ถูกจับมีสิทธิที่จะไม่ให้การหรือให้การก็ได้ และถ้อยคำของผู้ถูกจับอาจใช้เป็นพยานหลักฐานในการพิจารณาคดีได้)  หรือตามมาตรา ๘๓ วรรคสอง (พร้อมทั้งแจ้งด้วยว่า ผู้ถูกจับมีสิทธิที่จะไม่ให้การหรือให้การก็ได้และถ้อยคำของผู้ถูกจับนั้นอาจใช้เป็นพยานหลักฐานในการพิจารณาคดีได้ และผู้ถูกจับมีสิทธิที่จะพบและปรึกษาทนายความ หรือผู้ซึ่งจะเป็นทนายความ)  แก่ผู้ถูกจับแล้วแต่กรณี  

                (ม.๑๓๔/๔)
                ในการถามคำให้การผู้ต้องหา ให้พนักงานสอบสวนแจ้งให้ผู้ต้องหาทราบก่อนว่า
                (๑) ผู้ต้องหามีสิทธิที่จะให้การหรือไม่ก็ได้ ถ้าผู้ต้องหาให้การ ถ้อยคำที่ผู้ต้องหาให้การนั้นอาจใช้เป็นพยานหลักฐานในการพิจารณาคดีได้
                (๒) ผู้ต้องหามีสิทธิให้ทนายความหรือผู้ซึ่งตนไว้วางใจเข้าฟังการสอบปากคำตนได้
                เมื่อผู้ต้องหาเต็มใจให้การอย่างใดก็ให้จดคำให้การไว้ ถ้าผู้ต้องหาไม่เต็มใจให้การเลยก็ให้บันทึกไว้
                ถ้อยคำใดๆ ที่ผู้ต้องหาให้ไว้ต่อพนักงานสอบสวนก่อนมีการแจ้งสิทธิตามวรรคหนึ่ง หรือก่อนที่จะดำเนินการตามมาตรา ๑๓๔/๑ (ในคดีที่มีอัตราโทษประหารชีวิต หรือในคดีที่ผู้ต้องหามีอายุ
ไม่เกินสิบแปดปีในวันที่พนักงานสอบสวนแจ้งข้อหา ก่อนเริ่มถามคำให้การให้พนักงานสอบสวน
ถามผู้ต้องหาว่ามีทนายความหรือไม่ ถ้าไม่มีให้รัฐจัดหาทนายความให้ ฯลฯ)  มาตรา ๑๓๔/๒ (ให้นำบทบัญญัติในมาตรา ๑๓๓ ทวิ มาใช้บังคับโดยอนุโลมแก่การสอบสวนผู้ต้องหาที่เป็นเด็กอายุไม่เกินสิบแปดปี) และมาตรา ๑๓๔/๓ (ผู้ต้องหามีสิทธิให้ทนายความหรือผู้ซึ่งตนไว้วางใจเข้าฟังการ
สอบปากคำตนได้) จะรับฟังเป็นพยานหลักฐานในการพิสูจน์ความผิดของผู้นั้นไม่ได้

               (ม.๑๗๒ ตรี วรรคสี่)
               ในกรณีที่ไม่ได้ตัวพยานมาเบิกความตามวรรคหนึ่ง (ในการสืบพยานที่เป็นเด็กอายุไม่เกินสิบแปดปี ฯลฯ) เพราะมีเหตุจำเป็นอย่างยิ่ง ให้ศาลรับฟังสื่อภาพและเสียงคำให้การของพยานนั้นในชั้นสอบสวนตามมาตรา ๑๓๓ ทวิ (การถามปากคำเด็ก ให้พนักงานสอบสวนจัดให้มีการบันทึกภาพและเสียงการถามปากคำดังกล่าวซึ่งสามารถนำออกถ่ายทอดได้อย่างต่อเนื่องไว้เป็นพยาน) หรือชั้นไต่สวนมูลฟ้องตามมาตรา ๑๗๑ วรรคสอง (ให้นำบทบัญญัติในมาตรา ๑๓๓ ทวิ และมาตรา ๑๗๒ ตรี มาใช้บังคับโดยอนุโลมแก่การไต่สวนมูลฟ้องในคดีที่พยานเป็นเด็กอายุไม่เกินสิบแปดปี ทั้งในคดีที่ราษฎรเป็น
โจทก์และในคดีที่พนักงานอัยการเป็นโจทก์)  เสมือนหนึ่งเป็นคำเบิกความของพยานนั้นในชั้นพิจารณาของศาล และให้ศาลรับฟังประกอบพยานอื่นในการพิจารณาพิพากษาคดีได้

                (ม.๒๒๖)
                พยานวัตถุ พยานเอกสาร หรือพยานบุคคล ซึ่งน่าจะพิสูจน์ได้ว่า จำเลยมีผิดหรือบริสุทธิ์ ให้อ้างเป็นพยานหลักฐานได้ แต่ต้องเป็นพยานชนิดที่มิได้เกิดขึ้นจากการจูงใจ มีคำมั่นสัญญา ขู่เข็ญ หลอกลวงหรือโดยมิชอบประการอื่น และให้สืบตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายนี้หรือกฎหมายอื่นอันว่าด้วยการสืบพยาน
         
                (ม.๒๒๖/๑)
                ในกรณีที่ความปรากฏแก่ศาลว่า พยานหลักฐานใดเป็นพยานหลักฐานที่เกิดขึ้นโดยชอบ แต่ได้มาเนื่องจากการกระทำโดยมิชอบ หรือเป็นพยานหลักฐานที่ได้มาโดยอาศัยข้อมูลที่เกิดขึ้นหรือได้มาโดยมิชอบ ห้ามมิให้ศาลรับฟังพยานหลักฐานนั้น เว้นแต่ การรับฟังพยานหลักฐานนั้นจะเป็นประโยชน์ต่อการอำนวยความยุติธรรมมากกว่าผลเสียอันเกิดจากผลกระทบต่อมาตรฐานของระบบงานยุติธรรมทางอาญาหรือสิทธิเสรีภาพพื้นฐานของประชาชน

                (ม.๒๒๖/๒)
                ห้ามมิให้ศาลรับฟังพยานหลักฐานที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดครั้งอื่น ๆ หรือความประพฤติในทางเสื่อมเสียของจำเลย เพื่อพิสูจน์ว่าจำเลยเป็นผู้กระทำความผิดในคดีที่ถูกฟ้อง เว้นแต่ พยานหลักฐานอย่างหนึ่งอย่างใดดังต่อไปนี้
                (๑) พยานหลักฐานที่เกี่ยวเนื่องโดยตรงกับองค์ประกอบความผิดของคดีที่ฟ้อง
                (๒) พยานหลักฐานที่แสดงถึงลักษณะ วิธี หรือรูปแบบเฉพาะในการกระทำความผิดของจำเลย
                (๓) พยานหลักฐานที่หักล้างข้อกล่าวอ้างของจำเลยถึงการกระทำ หรือความประพฤติในส่วนดีของจำเลย
                ความในวรรคหนึ่ง ไม่ห้ามการนำสืบพยานหลักฐานดังกล่าว เพื่อให้ศาลใช้ประกอบดุลพินิจในการกำหนดโทษหรือเพิ่มโทษ

                (ม.๒๒๖/๓)
                ข้อความซึ่งเป็นการบอกเล่า ที่พยานบุคคลใดนำมาเบิกความต่อศาล หรือที่บันทึกไว้ในเอกสารหรือวัตถุอื่นใดซึ่งอ้างเป็นพยานหลักฐานต่อศาล หากนำเสนอเพื่อพิสูจน์ความจริงแห่งข้อความนั้น ให้ถือเป็นพยานบอกเล่า ห้ามมิให้ศาลรับฟังพยานบอกเล่า เว้นแต่
               (๑) ตามสภาพ ลักษณะ แหล่งที่มา และข้อเท็จจริงแวดล้อมของพยานบอกเล่านั้นน่าเชื่อว่าจะพิสูจน์ความจริงได้ หรือ
               (๒) มีเหตุจำเป็น เนื่องจากไม่สามารถนำบุคคลซึ่งเป็นผู้ที่ได้เห็น ได้ยิน หรือทราบข้อความเกี่ยวในเรื่องที่จะให้การเป็นพยานนั้นด้วยตนเองโดยตรงมาเป็นพยานได้ และมีเหตุผลสมควรเพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรมที่จะรับฟังพยานบอกเล่านั้น
                ในกรณีที่ศาลเห็นว่าไม่ควรรับไว้ซึ่งพยานบอกเล่าใด และคู่ความฝ่ายที่เกี่ยวข้องร้องคัดค้านก่อนที่ศาลจะดำเนินคดีต่อไป ให้ศาลจดรายงานระบุนาม หรือชนิดและลักษณะของพยานบอกเล่า เหตุผลที่ไม่ยอมรับ และข้อคัดค้านของคู่ความฝ่ายที่เกี่ยวข้องไว้ ส่วนเหตุผลที่คู่ความฝ่ายคัดค้านยกขึ้นอ้างนั้น ให้ศาลใช้ดุลพินิจจดลงไว้ในรายงานหรือกำหนดให้คู่ความฝ่ายนั้นยื่นคำแถลงต่อศาลเพื่อรวมไว้ในสำนวน

                (ม.๒๒๖/๕)
                ในชั้นพิจารณา หากมีเหตุจำเป็นหรือเหตุอันสมควร ศาลอาจรับฟังบันทึกคำเบิกความในชั้นไต่สวนมูลฟ้อง หรือบันทึกคำเบิกความของพยานที่เบิกความไว้ในคดีอื่น ประกอบพยานหลักฐานอื่นในคดีได้

                 (ม.๒๒๗/๑)
                 ในการวินิจฉัยชั่งน้ำหนัก
                  -  พยานบอกเล่า
                  -  พยานซัดทอด
                  -  พยานที่จำเลยไม่มีโอกาสถามค้าน หรือ
                  -  พยานหลักฐานที่มีข้อบกพร่องประการอื่น อันอาจกระทบถึงความน่าเชื่อถือของพยานหลักฐานนั้น
                  ศาลจะต้องกระทำด้วยความระมัดระวัง และไม่ควรเชื่่อพยานหลักฐานนั้นโดยลำพัง เพื่อลงโทษจำเลย เว้นแต่
                  -  จะมีเหตุผลอันหนักแน่น
                  -  มีพฤติการณ์พิเศษแห่งคดี หรือ
                  -  มีพยานหลักฐานประกอบอื่นมาสนับสนุน
                  พยานหลักฐานประกอบ  หมายถึง พยานหลักฐานอื่นที่รับฟังได้ และมีแหล่งที่มาเป็นอิสระต่างหากจากพยานหลักฐานที่ต้องการพยานหลักฐานประกอบนั้น ทั้งจะต้องมีคุณค่าเชิงพิสูจน์ ที่สามารถสนับสนุนให้พยานหลักฐานอื่นที่ไปประกอบ มีความน่าเชื่อถือมากขึ้นด้วย

                   (ม.๒๓๗ ทวิ)
                  ก่อนฟ้องคดีต่อศาล เมื่อมีเหตุอันควรเชื่อได้ว่าพยานบุคคลจะเดินทางออกไปนอกราชอาณาจักร ไม่มีที่อยู่เป็นหลักแหล่ง หรือเป็นบุคคลมีถิ่นที่อยู่ห่างไกลจากศาลที่พิจารณาคดี หรือมีเหตุอันควรเชื่อว่าจะมีการยุ่งเหยิงกับพยานนั้นไม่ว่าโดยทางตรงหรือทางอ้อม หรือมีเหตุจำเป็นอื่นอันเป็นการยากแก่การนำพยานนั้นมาสืบในภายหน้า พนักงานอัยการโดยตนเองหรือโดยได้รับคำร้องขอจากผู้เสียหายหรือจากพนักงานสอบสวน จะยื่นคำร้องโดยระบุการกระทำทั้งหลายที่อ้างว่าผู้ต้องหาได้กระทำผิดต่อศาลเพื่อให้ศาลมีคำสั่งให้สืบพยานนั้นไว้ทันทีก็ได้ ถ้ารู้ตัวผู้กระทำความผิด และผู้นั้นถูกควบคุมอยู่ในอำนาจพนักงานสอบสวนหรือพนักงานอัยการ ให้พนักงานอัยการนำตัวผู้นั้นมาศาล หากถูกควบคุมอยู่ในอำนาจของศาล ให้ศาลเบิกตัวผู้นั้นมาพิจารณาต่อไป
                 เมื่อศาลได้รับคำร้องเช่นว่านั้น ให้ศาลสืบพยานนั้นทันที ในการนี้ ผู้ต้องหาจะซักค้านหรือตั้งทนายความซักค้านพยานนั้นด้วยก็ได้
                 ในกรณีตามวรรคสอง ถ้าเป็นกรณีที่ผู้ต้องหานั้นถูกกล่าวหาว่ากระทำความผิดอาญา ซึ่งหากมีการฟ้องคดีจะเป็นคดีซึ่งศาลจะต้องตั้งทนายความให้ หรือจำเลยมีสิทธิขอให้ศาลตั้งทนายความให้ตามมาตรา ๑๗๓ ก่อนเริ่มสืบพยานดังกล่าว ให้ศาลถามผู้ต้องหาว่ามีทนายความหรือไม่ ในกรณีที่ศาลต้องตั้งทนายความให้ ถ้าศาลเห็นว่าตั้งทนายความให้ทันก็ให้ตั้งทนายความให้และดำเนินการสืบพยานนั้นทันที แต่ถ้าศาลเห็นว่าไม่สามารถตั้งทนายความได้ทันหรือผู้ต้องหาไม่อาจตั้งทนายความได้ทัน ก็ให้ศาลซักถามพยานนั้นให้แทน
                 คำเบิกความของพยานดังกล่าวให้ศาลอ่านให้พยานฟัง หากมีตัวผู้ต้องหาอยู่ในศาลด้วยแล้ว ก็ให้ศาลอ่านคำเบิกความดังกล่าวต่อหน้าผู้ต้องหา
                 ถ้าต่อมาผู้ต้องหานั้นถูกฟ้องเป็นจำเลยในการกระทำความผิดอาญานั้น ก็ให้รับฟังคำพยานดังกล่าวในการพิจารณาคดีนั้นได้
                 ในกรณีที่ผู้ต้องหาเห็นว่า หากตนถูกฟ้องเป็นจำเลยแล้ว บุคคลซึ่งจำเป็นจะต้องนำมาสืบเป็นพยานของตนจะเดินทางออกไปนอกราชอาณาจักร ไม่มีที่อยู่เป็นหลักแหล่ง หรือเป็นบุคคลมีถิ่นที่อยู่ห่างไกลจากศาลที่พิจารณาคดี หรือมีเหตุอันควรเชื่อว่าจะมีการยุ่งเหยิงกับพยานนั้นไม่ว่าโดยทางตรงหรือทางอ้อม หรือมีเหตุจำเป็นอื่นอันเป็นการยากแก่การนำพยานนั้นมาสืบในภายหน้า ผู้ต้องหานั้นจะยื่นคำร้องต่อศาลโดยแสดงเหตุผลความจำเป็น เพื่อให้ศาลมีคำสั่งอนุญาตให้สืบพยานบุคคลนั้นไว้ทันทีก็ได้
                 เมื่อศาลเห็นสมควร ให้ศาลมีคำสั่งอนุญาตให้สืบพยานนั้นและแจ้งให้พนักงานสอบสวนและพนักงานอัยการที่เกี่ยวข้องทราบ ในการสืบพยานดังกล่าว พนักงานอัยการมีสิทธิที่จะซักค้านพยานนั้นได้ และให้นำความในวรรคสาม วรรคสี่ และวรรคห้า มาใช้บังคับโดยอนุโลม
                 ให้นำบทบัญญัติในมาตรา ๑๗๒ ตรี มาใช้บังคับโดยอนุโลมแก่การสืบพยานที่เป็นเด็กอายุไม่เกินสิบแปดปี

                  (ม.๒๔๓)
                  ผู้ใดโดยอาชีพหรือมิใช่ก็ตาม มีความเชี่ยวชาญในการใด ๆ เช่น ในทางวิทยาศาสตร์ ศิลปะ ฝีมือ พาณิชยการ การแพทย์ หรือกฎหมายต่างประเทศ และซึ่งความเห็นของผู้นั้นอาจมีประโยชน์ในการวินิจฉัยคดี ในการสอบสวน ไต่สวนมูลฟ้อง หรือพิจารณาอาจเป็นพยานในเรื่องต่าง ๆ เป็นต้นว่า ตรวจร่างกายหรือจิตของผู้เสียหาย ผู้ต้องหา หรือจำเลย ตรวจลายมือ ทำการทดลองหรือกิจการอย่างอื่น ๆ
                  ผู้เชี่ยวชาญอาจทำความเห็นเป็นหนังสือก็ได้ แต่ต้องส่งสำเนาหนังสือดังกล่าวให้ศาลและคู่ความอีกฝ่ายหนึ่งทราบ และต้องมาเบิกความประกอบหนังสือนั้น เว้นแต่มีเหตุจำเป็น หรือคู่ความไม่ติดใจซักถามผู้เชี่ยวชาญนั้น ศาลจะให้รับฟังความเห็นเป็นหนังสือดังกล่าวโดยผู้เชี่ยวชาญไม่ต้องมาเบิกความประกอบก็ได้
                  ในกรณีที่ผู้เชี่ยวชาญต้องมาเบิกความประกอบ ให้ส่งสำเนาหนังสือดังกล่าวต่อศาลในจำนวนที่เพียงพอล่วงหน้าไม่น้อยกว่าเจ็ดวันก่อนวันเบิกความเพื่อให้คู่ความอีกฝ่ายหนึ่งมารับไป
                  ในการเบิกความประกอบ ผู้เชี่ยวชาญจะอ่านข้อความที่เขียนมาก็ได้

วันพฤหัสบดีที่ 22 สิงหาคม พ.ศ. 2556

ระเบียบและกฎหมายที่ควรรู้

                                      ความรู้ที่พนักงานสอบสวนต้องทราบมี  ๓  ส่วน   คือ

                         ส่วนที่ ๑. ความรู้ในงานสอบสวน ๓ ด้าน  ได้แก่

          ด้านที่ ๑ กฎหมายสารบัญญัติ และ พ.ร.บ.ที่มีโทษทางอาญา  ได้แก่
          -  กฎหมายอาญา                                     -  กฎหมายแรงงาน
          -  กฎหมายทรัพย์สินทางอาญา                    -  กฎหมายเกี่ยวกับยาเสพติด
          -  พ.ร.บ.มาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ.๒๕๓๔
          -  พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ.๒๕๔๒  
          -  พ.ร.บ.คุ้มครองเด็ก.พ.ศ.๒๕๔๖              
          -  พ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ศ.๒๕๔๘                        -  พ.ร.บ.อุทยานแห่งชาติ พ.ศ.๒๕๐๔  
          -  พ.ร.บ.ป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ.๒๕๐๗          -  พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.๒๕๓๕
          -  พ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ศ.๒๕๒๒          
          -  พ.ร.บ.คนเข้าเมือง พ.ศ.๒๕๒๒                 -  พ.ร.บ.การทำงานของคนต่างด้าว พ.ศ.๒๕๕๑
          -  พ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ.๒๔๙๖                    
          -  พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.๒๕๕๐
          -  พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ พ.ศ.๒๕๕๑

          ด้านที่ ๒ กฎหมายวิธีสบัญญัติ และกฎหมายลักษณะพยาน   ได้แก่
          -  กฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา 
          -  กฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง  
          -  พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง พ.ศ.๒๔๙๙
          -  พ.ร.บ.จัดตั้งศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว พ.ศ.๒๕๓๔ 
          -  พระธรรมนูญศาลยุติธรรม 
          -  พ.ร.บ.ธรรมนูญศาลทหาร พ.ศ.๒๔๙๘  
          -  พ.ร.บ.จัดตั้งศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศและวิธีพิจารณาคดี พ.ศ.๒๕๓๙
           -  พ.ร.บ.จัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ.๒๕๔๒
           -  พ.ร.บ.วิธีพิจารณาคดียาเสพติด พ.ศ.๒๕๕๐.

         ด้านที่ ๓. ระเบียบ ข้อบังคับ คำสั่ง เกี่ยวกับงานในหน้าที่การบริหารงานในหน้าที่ของตำแหน่งพนักงานสอบสวน

                         ส่วนที่ ๒. ความสามารถในการทำและตรวจสำนวนการสอบสวน มี ๒ ด้าน  ได้แก่

          ด้านที่ ๑. การทำสำนวนการสอบสวนคดีอาญา และตรวจสำนวนการสอบสวน ครอบคลุมเรื่องนิติวิทยาศาสตร์ (นิติเวชและพิสูจน์หลักฐาน)

          ด้านที่ ๒. การบริหารงานสอบสวน

                        ส่วนที่ ๓. คุณธรรม จริยธรรม และจรรยาบรรณ ของพนักงานสอบสวน  ได้แก่

          -  คุณธรรม จริยธรรม และจรรยาบรรณของพนักงานสอบสวน
          -  รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.๒๕๕๐ 
          -  พ.ร.บ.วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ.๒๕๓๙
          -  พ.ร.ฎ.ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี พ.ศ.๒๕๔๖  
          -  พ.ร.บ.ความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ.๒๕๓๙

กฎหมายที่พนักงานสอบสวนต้องรู้

-------------------------------------------สารบัญญัติ-----------------------------------------------
กฎหมายและระเบียบเกี่ยวกับยาเสพติด
กฎหมายเกี่ยวกับป่าไม้ - กรมป่าไม้
กฎหมายเกี่ยวกับคนต่างด้าว,คอมพิวเตอร์ - สำนักงานจัดหางานจังหวัดเชียงใหม่
ประมวลกฎหมายอาญา
พระราชบัญญัติค่าตอบแทนผู้เสียหายและค่าทดแทนและค่าใช้จ่ายแก่จำเลยในคดีอาญา พ.ศ.๒๕๔๔
พระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ.๒๕๔๒
พระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ.๒๔๖๙
พระราชบัญญัติธรรมนูญศาลทหาร พ.ศ.๒๔๙๘
พระธรรมนูญศาลยุติธรรม
รวมกฎหมายแรงงาน - กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน
รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย
------------------------------------------วิธีพิจารณา------------------------------------------------
ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา
ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง
พระราชกฤษฎีกาว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี พ.ศ.๒๕๔๖
พระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ.๒๕๓๙
พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง พ.ศ.๒๔๙๙
พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว พ.ศ.๒๕๓๔
พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศและวิธีพิจารณาคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ พ.ศ.๒๕๓๙
พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ.๒๕๔๒
พระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดียาเสพติด พ.ศ.๒๕๕๐
พระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ.๒๕๓๙

รวมระเบียบกฎหมายเกี่ยวกับสถานบริการ

๑. พระราชบัญญัติควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ.๒๕๕๑  คลิกที่นี่
    ๑.๑ กฎกระทรวงกำหนดหลักเกณฑ์และเงื่อนไขการแสดงภาพสัญญลักษณ์เพื่อประกอบการโฆษณาหรือประชาสัมพันธ์เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ.๒๕๕๓   ลงวันที่ ๒๙ มีนาคม ๒๕๕๓
    ๑.๒ ประกาศคณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ว่าด้วย รูปแบบและวิธีการแสดงข้อความคำเตือนประกอบภาพสัญญลักษณ์ของเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ หรือภาพสัญญลักษณ์ของบริษัทผู้ผลิดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ.๒๕๕๓  ลงวันที่ ๑๔ เมษายน ๒๕๕๓
    ๑.๓ ระเบียบคณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ว่าด้วย หลักเกณฑ์การเปรียบเทียบ ตาม พระราชบัญญัติควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ.๒๕๕๑  ลงวันที่ ๒๒ พฤษภาคม ๒๕๕๓
    ๑.๔ คำสั่งคณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เรื่อง การมอบหมายให้ดำเนินการเปรียบเทียบ ตาม พระราชบัญญัติควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ.๒๕๕๑  ลงวันที่ ๒๒ พฤษภาคม ๒๕๕๓
    ๑.๕ คำสั่งคณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เรื่อง การมอบหมายให้ดำเนินการเปรียบเทียบ ตาม พระราชบัญญัติควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ.๒๕๕๑ (ฉบับที่ ๒) ลงวันที่ ๒๐ เมษายน  ๒๕๕๔

๒. พระราชบัญญัติสถานบริการ พ.ศ.๒๕๐๙  คลิกที่นี่ 

๓. พระราชบัญญัติสุรา พ.ศ.๒๔๙๓    คลิกที่นี่ 

๔. ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๒๕๓   ลงวันที่ ๑๖ พฤศจิกายน ๒๕๑๕   คลิกที่นี่  


รวมระเบียบภาพยนตร์และวิดิทัศน์

❃  พระราชบัญญัติภาพยนตร์และวีดิทัศน์ พ.ศ.2551 http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DA.../A/042/116.PDF
❃  ประกาศสภานิติบัญญัติแห่งชาติ เรื่อง ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติภาพยนตร์และวีดิทัศน์ พ.ศ. ....http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DA...1/D/008/43.PDF
❃  ประกาศกระทรวงวัฒนธรรม เรื่อง แต่งตั้งนายทะเบียนและพนักงานเจ้าหน้าที่ตามพระราชบัญญัติภาพยนตร์และวีดิทัศน์ พ.ศ. 2551 http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DA...51/E/122/4.PDF
❃  ประกาศกระทรวงวัฒนธรรม เรื่อง กำหนดแบบบัตรประจำตัวนายทะเบียนและพนักงานเจ้าหน้าที่ตามพระราชบัญญัติภาพยนตร์และวีดิทัศน์ พ.ศ. 2551 http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DA...51/E/122/6.PDF
❃  แก้คำผิด ประกาศกระทรวงวัฒนธรรม เรื่อง กำหนดแบบบัตรประจำตัวนายทะเบียนและพนักงานเจ้าหน้าที่ตามพระราชบัญญัติภาพยนตร์และวีดิทัศน์ พ.ศ.2551 http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DA.../E/140/142.PDF
❃  ประกาศกระทรวงวัฒนธรรม เรื่อง แต่งตั้งพนักงานเจ้าหน้าที่เพิ่มเติม ตามพระราชบัญญัติภาพยนตร์และวีดิทัศน์ พ.ศ. 2551 http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DA...1/E/166/16.PDF
❃  กฎกระทรวงกำหนดค่าธรรมเนียมเกี่ยวกับการประกอบกิจการ ภาพยนตร์และกิจการวีดิทัศน์ พ.ศ. 2552 http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DA...2/A/044/12.PDF
❃  กฎกระทรวงว่าด้วยการขอและการออกใบอนุญาตประกอบกิจการ ให้เช่า แลกเปลี่ยน หรือจำหน่ายภาพยนตร์และวีดิทัศน์ พ.ศ. 2552 http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DA...2/A/044/17.PDF
❃  กฎกระทรวงว่าด้วยการอนุญาตและการประกอบกิจการร้านวีดิทัศน์ พ.ศ.2552 http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DA...52/A/072/7.PDF
❃  ประกาศนายทะเบียนสำนักงานทะเบียนกลาง ที่ 16/2552 เรื่อง การจดทะเบียนสมาคมนายจ้าง (สมาคมนายจ้างผู้ประกอบการค้าภาพยนตร์และแผ่นวีดิทัศน์)  http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DA.../D/057/224.PDF
❃  ระเบียบคณะกรรมการภาพยนตร์และวีดิทัศน์แห่งชาติ เรื่อง หลักเกณฑ์และเงื่อนไขในการเปรียบเทียบความผิด พ.ศ. 2552 http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DA...2/E/073/10.PDF
❃  ประกาศคณะกรรมการภาพยนตร์และวีดิทัศน์แห่งชาติ เรื่อง การมอบอำนาจในการเปรียบเทียบความผิด พ.ศ. 2552 http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DA...2/E/073/24.PDF
❃  ประกาศนายทะเบียนกลาง เรื่อง กำหนดแบบคำขออนุญาตและใบอนุญาต การแจ้งและการขอต่ออายุใบอนุญาต กรณีประกอบกิจการให้เช่า แลกเปลี่ยน หรือจำหน่ายภาพยนตร์และวีดิทัศน์ http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DA...2/E/102/39.PDF
❃  ระเบียบคณะกรรมการภาพยนตร์และวีดิทัศน์แห่งชาติ เรื่อง การขอความเห็นและค่าป่วยการในการให้ความเห็นเกี่ยวกั บการสร้างภาพยนตร์ พ.ศ. 2552 http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DA...52/E/143/3.PDF
ประกาศคณะกรรมการภาพยนตร์และวีดิทัศน์แห่งชาติ เรื่อง หลักเกณฑ์ในการตรวจพิจารณาภาพยนตร์และสื่อโฆษณา พ.ศ. 2552http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DA...2/E/143/37.PDF
❃  ประกาศคณะกรรมการภาพยนตร์และวีดิทัศน์แห่งชาติ เรื่อง กำหนดเวลาฉายภาพยนตร์ตามมาตรา 26 (5) และ (6) แห่งพระราชบัญญัติภาพยนตร์และวีดิทัศน์ พ.ศ. 2551 ทางโทรทัศน์ พ.ศ.2552 http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DA...2/E/143/43.PDF
❃  ประกาศคณะกรรมการภาพยนตร์และวีดิทัศน์แห่งชาติ เรื่อง การกำหนดหมายเลขรหัส ลักษณะเครื่องหมายการอนุญาตและประเภทของภาพยนตร์ และคำบอกแจ้งว่าภาพยนตร์ วีดิทัศน์ และสื่อโฆษณา ผ่านการตรวจพิจารณาและได้รบอนุญาตแล้ว พ.ศ.2552 http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DA...2/E/143/44.PDF
❃  ประกาศคณะกรรมการภาพยนตร์และวีดิทัศน์แห่งชาติ เรื่อง การขอรับใบแทนใบอนุญาตและการออกใบแทนใบอนุญาต พ.ศ. 2552 http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DA...2/E/143/48.PDF
❃  ประกาศคณะกรรมการภาพยนตร์และวีดิทัศน์แห่งชาติ เรื่อง หลักเกณฑ์ในการตรวจพิจารณาวีดิทัศน์และสื่อโฆษณา พ.ศ. 2552 http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DA...2/E/143/50.PDF
❃  ประกาศคณะกรรมการภาพยนตร์และวีดิทัศน์แห่งชาติ เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการในการแยกพื้นที่การให้บริการร้าน วีดิทัศน์และกิจการให้เช่า แลกเปลี่ยน หรือจำหน่ายภาพยนตร์หรือวีดิทัศน์ พ.ศ.2552 http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DA...2/E/143/56.PDF