วันเสาร์ที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2559

การปฏิบัติตามบันทึกข้อตกลงระหว่าง ป.ป.ช. กับ ตร.

หนังสือซักซ้อมความเข้าใจในการปฏิบัติตามบันทึกข้อตกลงระหว่าง ป.ป.ช. กับ ตร.
ตามหนังสือสำนักงาน ป.ป.ช.ที่ ปช 0012/806 ลง 24 ส.ค.2547  (ย่อ)
              1.  เมื่อมีการร้องทุกข์หรือกล่าวโทษต่อ พงส. ให้ดำเนินคดีกับเจ้าหน้าที่ของรัฐ ตามมาตรา 89 แห่ง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542 พงส.ผู้รับคำร้องทุกข์หรือกล่าวโทษ จะต้องรวบรวมพยานหลักฐานเบื้องต้นเพื่อให้ได้ข้อเท็จจริงแห่งคดี และให้ส่งสำนวนการสอบสวนไปยังคณะกรรมการ ป.ป.ช. ภายใน 30 วัน นั้น ก่อนที่ พงส. จะส่งบันทึกรับคำร้องทุกข์หรือกล่าวโทษของผู้เสียหายหรือผู้กล่าวโทษไปให้คณะกรรมการ ป.ป.ช. พิจารณาดำเนินการตามมาตรา 89  ต้องรวบรวมพยานหลักฐานเบื้องต้นให้ได้ข้อเท็จจริงก่อน  
              2.  เรื่องดังต่อไปนี้ไม่อยู่ในอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการ ป.ป.ช.
                    2.1  เรื่องที่ผู้ถูกกล่าวหาพ้นจากการเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐเกิน 2 ปี นับถึงวันรับคำร้องทุกข์ กล่าวโทษต่อ พงส. (ม.84 , ม.88)
                    2.2  เรื่องที่ผู้ถูกกล่าวหาเป็นลูกจ้างชั่วคราวหรือลูกจ้างประจำของส่วนราชการ (ยกเว้นลูกจ้างขององค์การหรือหน่วยงานของรัฐตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์การหรือหน่วยงานของรัฐ พ.ศ.2502) เนื่องจากลูกจ้างดังกล่าวมิได้มีฐานะเป็นเจ้าพนักงานหรือพนักงานเจ้าหน้าที่ตามกฎหมายอื่น ดังนั้น การกระทำผิดจึงเป็นเพียงผิดอาญาทั่วไป มิใช่ผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ เว้นแต่ ลูกจ้างของส่วนราชการดังกล่าวได้รับมอบหมายให้เป็นเจ้าพนักงานหรือพนักงานเจ้าหน้าที่ตามกฎหมาย เช่น พ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ.2469 พ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ศ.2484 เป็นต้น
                    2. เรื่องที่ผู้ถูกกล่าวหาดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาส ตาม พ.ร.บ.คณะสงฆ์ พ.ศ.2505 ซึ่งแม้เจ้าอาวาสเป็นผู้ซึ่งใช้อำนาจหรือได้รับมอบให้ใช้อำนาจทางการปกครองของรัฐในการดำเนินการอย่างใดอย่างหนึ่งตามกฎหมาย การใช้อำนาจทางการปกครองดังกล่าวมิได้ใช้กับหน่วยงานที่จัดตั้งขึ้นในระบบราชการ รัฐวิสาหกิจหรือกิจการอื่นของรัฐ เจ้าอาวาสจึงไม่เป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542
                    2.4  เรื่องที่กำนัน หรือผู้ใหญ่บ้านรับรองบุคคลผู้ขอมีบัตรประจำตัวประชาชนในฐานะบุคคลผู้น่าเชื่อถืออันเป็นเท็จ ไม่เป็นความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ เนื่องจากกำนัน หรือผู้ใหญ่บ้านไม่มีอำนาจหน้าที่ในการปฏิบัติหน้าที่ราชการเกี่ยวกับการทำบัตรประชาชนตาม พ.ร.บ.บัตรประจำตัวประชาชน พ.ศ.2526
                    2. เรื่องที่ผู้ถูกกล่าวหามีตำแหน่งเป็นประธานกรรมการและกรรมการชุมชนเมือง เนื่องจากบุคคลดังกล่าวมีอำนาจหน้าที่เพียงกำหนดระเบียบ หลักเกณฑ์หรือวิธีการเกี่ยวกับการบริหารกองทุน การให้สมาชิกกู้ยืมเงิน อำนาจหน้าที่ดังกล่าวไม่ได้เป็นการใช้อำนาจทางการปกครองของรัฐในการดำเนินการอย่างใดอย่างหนึ่งตามกฎหมาย
.

ระเบียบการตำรวจฯ (การป้องกันและปราบปรามการทุจริต)

ระเบียบสำนักงานตำรวจแห่งชาติ
ว่าด้วยแนวทางปฏิบัติในการดำเนินคดีความผิดตามกฎหมายว่าด้วย
การป้องกันและปราบปรามการทุจริต
พ.ศ.2546
……………………………….
                        ตามคำสั่ง กรมตำรวจ ที่ 9/2498 ลงวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2498 ให้ใช้ข้อบังคับกระทรวงมหาดไทย ที่ 1/2498 ลงวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2498 เรื่อง วางระเบียบการตำรวจเกี่ยวกับคดีไว้เป็นแนวทางปฏิบัติแล้ว นั้น
                        เนื่องจากพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542 มาตรา 89 บัญญัติว่า “ในกรณีที่ผู้เสียหายได้ร้องทุกข์หรือมีผู้กล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวนให้ดำเนินคดีกับเจ้าหน้าที่ของรัฐ ซึ่งมิใช่บุคคลตามมาตรา 66 อันเนื่องมาจากได้กระทำการตาม มาตรา 83 ให้พนักงานสอบสวนส่งเรื่องให้คณะกรรมการ ป.ป.ช. ภายในสามสิบวันนับแต่วันที่มีการร้องทุกข์หรือกล่าวโทษ เพื่อจะดำเนินการตามบทบัญญัติในหมวดนี้ ในการนี้หากคณะกรรมการ ป.ป.ช.พิจารณาแล้วเห็นว่า เรื่องดังกล่าวมิใช่กรณีตามมาตรา 88 ให้คณะกรรมการ ป.ป.ช. ส่งเรื่องกลับไปยังพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินการตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาต่อไป” โดยกฎหมายดังกล่าวยังมิได้กำหนดขั้นตอนและวิธีการดำเนินการของพนักงานสอบสวนไว้ จึงสมควรวางหลักเกณฑ์การปฏิบัติในเรื่องนี้ไว้เพื่อให้พนักงานสอบสวนสามารถปฏิบัติได้อย่างถูกต้องตามเจตนารมณ์ของกฎหมายดังกล่าวข้างต้น
                        ฉะนั้น อาศัยอำนาจตามความในข้อ 3 แห่งข้อบังคับกระทรวงหมาดไทย ที่ 4/2499 ลงวันที่ 13 ตุลาคม 2499 ประกอบกับมาตรา 8 แห่งพระราชกฤษฎีกาโอนกรมตำรวจ  กระทรวงมหาดไทย ไปจัดตั้งเป็นสำนักงานตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.2541 ที่ให้อำนาจผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ยกเลิก แก้ไข เพิ่มเติมประมวลระเบียบการตำรวจ ทั้งในส่วนที่เกี่ยวกับคดีและในส่วนที่ไม่เกี่ยวกับคดี จึงวางระเบียบไว้ดังต่อไปนี้
                        ข้อ 1 ให้เพิ่มความที่แนบท้ายระเบียบนี้เป็น บทที่ 24 ลักษณะ 18 แห่งประมวลระเบียบการตำรวจเกี่ยวกับคดี
                        ข้อ 2 ให้ใช้ระเบียบนี้ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป
ประกาศ  ณ  วันที่  14  พฤษภาคม พ.ศ.2546
 พลตำรวจเอก    สันต์  ศรุตานนท์
           ( สันต์  ศรุตานนท์ )
                                                                            ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ           

วันอังคารที่ 17 พฤษภาคม พ.ศ. 2559

กฎหมายเกี่ยวกับที่ดิน ที่ราชพัสดุ

+พ.ร.บ.จัดรูปที่ดินเพื่อการพัฒนาพื้นที่ พ.ศ.๒๕๔๗
+พ.ร.บ.ที่ราชพัสดุ พ.ศ.๒๕๑๘

+กฎกระทรวงว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการโอนกรรมสิทธิ์ที่ราชพัสดุที่มิใช่ที่ดินที่เป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินที่ใช้เพื่อประโยชน์ของแผ่นดินโดยเฉพาะ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๕๙
+กฎกระทรวงว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการปกครอง ดูแล บํารุงรักษา ใช้ และจัดหาประโยชน์เกี่ยวกับที่ราชพัสดุ (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๕๒
+กฎกระทรวงว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการโอนกรรมสิทธิ์ที่ราชพัสดุที่มิใช่ที่ดินที่เป็นนสาธารณสมบัติของแผ่นดินที่ใช้เพื่อประโยชน์ของแผ่นดินโดยเฉพาะ พ.ศ.๒๕๕๐
+กฎกระทรวงว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการปกครอง ดูแล บํารุงรักษา ใช้ และจัดหาประโยชน์เกี่ยวกับที่ราชพัสดุ (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๔๙
+กฎกระทรวงว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการปกครอง ดูแล บํารุงรักษา ใช้ และจัดหาประโยชน์เกี่ยวกับที่ราชพัสดุ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๔๙
+กฎกระทรวงว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการปกครอง ดูแล บำรุงรักษา ใช้ และจัดหาประโยชน์เกี่ยวกับที่ราชพัสดุ พ.ศ.๒๕๔๕ (ฉบับปรับปรุง)
+กฎกระทรวง ฉบับที่ ๑๕ (พ.ศ. ๒๕๔๒) ออกตามความในพระราชบัญญัติที่ราชพัสดุ พ.ศ. ๒๕๑๘
+กฎกระทรวง ฉบับที่ ๑๔ (พ.ศ. ๒๕๔๒) ออกตามความในพระราชบัญญัติที่ราชพัสดุ พ.ศ. ๒๕๑๘
+กฎกระทรวง ฉบับที่ ๑๑ (พ.ศ. ๒๕๓๗) ออกตามความในพระราชบัญญัติที่ราชพัสดุ พ.ศ. ๒๕๑๘

วันศุกร์ที่ 29 มกราคม พ.ศ. 2559

แนวทางการปฏิบัติกรณีศพนิรนาม

            การปฏิบัติของพนักงานสอบสวน
            1.  การชันสูตรพลิกศพ
                 -  แจ้งกลุ่มงานตรวจสถานที่เกิดเหตุ กองพิสูจน์หลักฐานกลาง หรือกลุ่มงานตรวจสถานที่เกิดเหตุ ศูนย์พิสูจน์หลักฐาน หรือพิสูจน์หลักฐานจังหวัด สำนักงานพิสูจน์หลักฐานตำรวจ ที่รับผิดชอบ แล้วแต่กรณีทราบ เพื่อร่วมกับพนักงานสอบสวนไปทำการตรวจสถานที่เกิดเหตุ ถ่ายภาพศพ ตรวจเก็บร่องรอยวัตถุพยานต่าง ๆ พร้อมทั้งถ่ายภาพไว้ การถ่ายภาพศพต้องให้ได้รายละเอียดมากที่สุดเท่าที่จะทำได้ โดยเน้นตำหนิรูปพรรณพิเศษ เช่น รอยสัก แผลเป็นหรือความพิการต่าง ๆ
                 -  ประสานแพทย์ผู้ทำการชันสูตรพลิกศพ เพื่อจะเก็บตัวอย่างเลือด หรือสารคัดหลั่ง หรือสิ่งที่จะใช้ตรวจสารพันธุกรรม (DNA) จากศพที่ไม่ทราบว่าเป็นใคร ส่งไปยังศูนย์บริหารจัดการคนหายและศพนิรนาม และสถาบันนิติวิทยาศาสตร์เวชวิทยา ทุกราย โดยระบุไว้หน้ากล่องพัสดุไปรษณีย์ว่า "ตัวอย่างดีเอ็นเอ"
                 -  จดตำหนิรูปพรรณศพ และบันทึกทรัพย์สินทุกชนิดของผู้ตาย พร้อมภาพถ่ายศพ ส่งกองทะเบียนประวัติอาชญากร เพื่อบันทึกข้อมูลและออกประกาศ
                 -  ถ่ายภาพเกี่ยวกับเครื่องแต่งกาย ทรัพย์สินทุกชนิดของผู้ตาย และเก็บรักษาทรัพย์สิน โดยให้นำระเบียบการเก็บรักษาของกลางมาใช้โดยอนุโลม เพื่อมอบแก่ทายาทหรือญาติผู้ตาย
            2.  การจัดทำแบบรายงานที่เกี่ยวข้องกับศพนิรนาม มีดังนี้
                 -  แบบข้อมูลรับแจ้งเหตุนิรนาม (ศบคน-3)
                 -  แบบรายงานการพิสูจน์ทราบบุคคล (ศบคน-4)
                 -  แบบรายงานพบศพไม่ทราบชื่อ (วท.13-ต.327)
            3.  การจัดส่งแบบรายงาน
                 -  เมื่อมีผู้มาแจ้งความพบศพนิรนาม หรือชิ้นส่วนอวัยวะของมนุษย์ ที่ทำให้เชื่อหรือมีเหตุอันควรสงสัยว่ามีบุคคลเสียชีวิตโดยไม่สามารถระบุได้ว่าศพหรือชิ้นส่วนอวัยวะเป็นผู้ใด ให้หัวหน้าสถานีตำรวจจัดส่งแบบรายงานข้อมูลการรับแจ้งศพนิรนาม (ศบคน-3) มายังผู้บังคับการกองทะเบียนประวัติอาชญากร/เลขานุการศูนย์บริหารจัดการคนหายและศพนิรนาม ภายใน 24 ชั่วโมงนับแต่ได้รับแจ้ง ต่อมาภายหลังหากสามารถระบุได้ว่าผู้ตายเป็นใครแล้วให้รายงานเพิ่มเติมตามแบบรายงานการพิสูจน์ทราบบุคคล (ศบคน-4) ภายใน 24 ชั่วโมง นับแต่วันที่ทราบชื่อ
                 -  นอกเหนือจากการรายงานข้อมูลรับแจ้งคนหายดังกล่าวแล้ว ให้หัวหน้าสถานีตำรวจแจ้งข้อมูลไปยังสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ กระทรวงยุติธรรม/เลขานุการคณะกรรมการพัฒนาระบบการติดตามผลหายและการพิสูจน์ศพนิรนาม ทราบอีกส่วนหนึ่งด้วย
                 -  ให้พิมพ์ลายนิ้วมือ 10 นิ้วของผู้ตาย จำนวน 3 ฉบับ ติดสำนวนการสอบสวน และสำเนาสำนวนการสอบสวน 2 ฉบับ แล้วส่งไปตรวจสอบยังกองทะเบียนประวัติอาชญากร 1 ฉบับ โดยให้จัดส่งในวันที่พิมพ์ลายนิ้วมือหรือในวันรุ่งขึ้น
             การจัดการศพ
             หลังจากที่ได้มีการพิสูจน์ศพแล้วพนักงานสอบสวนต้องดำเนินการ ดังนี้
              1. กรณีเป็นศพที่พิสูจน์ทราบว่าผู้ตายเป็นใครแล้ว ถ้ามีทายาท ญาติ หรือผู้มีสิทธิ มาติดต่อขอรับศพไปจัดการตามประเพณี ก็ให้พนักงานสอบสวนมอบศพให้ทายาท ญาติ หรือผู้มีสิทธิ หลังจากที่ได้มีการ ตรวจสอบความสัมพันธ์เกี่ยวข้องจนแน่ชัดแล้ว ให้บันทึกไว้เป็นหลักฐานและลงนามร่วมกัน
              2. กรณีเป็นศพที่ไม่มีทายาท ญาติ หรือผู้มีสิทธิ มาติดต่อขอรับศพ หรือเป็นศพที่ยังไม่ทราบว่าผู้ตายเป็นใคร เมื่อรักษาศพไว้ ณ สถานที่ชันสูตรศพอย่างน้อยเป็นเวลา 3 วัน แล้วให้แจ้งเทศบาลท้องถิ่น สมาคม หรือมูลนิธิเพื่อการนี้ รับศพไปจัดการเก็บที่สุสานและให้ดำเนินการดังนี้
                  -  ให้จัดทำสมุดทะเบียนส่งศพฝังโดยมีรายละเอียดตามแบบแนบท้ายหนังสือสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่ 0011.22 / 3933 ลง 7 ตุลาคม 2554
                  -  ประสานเทศบาล ท้องถิ่น สมาคมหรือมูลนิธิเพื่อการนี้ กำหนดหมายเลขหลุมฝังศพ
                  -  จัดทำแผ่นป้ายชื่อศพ ถ้าศพยังไม่มีชื่อหรือยังไม่ทราบชื่อก็ให้เขียนว่าศพ "ชาย" หรือ "หญิง" เท่าที่จะทำได้ วันที่ส่ง หมายเลขหลุมฝังศพ เหตุตาย โดยติดไว้ที่ด้านหน้าของหลุมศพแล้วถ่ายภาพเก็บไว้เป็นหลักฐาน
                  -  ให้ผู้เกี่ยวข้องจัดการห่อศพให้เรียบร้อย พร้อมทั้งจัดทำป้ายชื่อศพ (ถ้าศพยังไม่มีชื่อหรือยังไม่ทราบชื่อให้เขียนว่าศพ "ชาย" หรือ "หญิง" เท่าที่จะทำได้) หมายเลขศพติดไว้บนผ้าห่อศพและตัวศพ จากนั้นจึงส่งมอบศพไปเก็บยังสุสาน
                  -  เมื่อพนักงานสอบสวนผู้รับผิดชอบทราบว่าผู้ตายเป็นใครแล้ว ให้แจ้งกองทะเบียนประวัติอาชญากร ทราบ พร้อมแนบสำเนาใบมรณบัตรเพื่อถอนประกาศสืบหา
              3. พนักงานสอบสวนผู้รับผิดชอบต้องรีบดำเนินการสืบสวนให้ทราบว่าผู้ตายเป็นใคร รวมทั้งให้มีความร่วมมือและสนับสนุนการปฏิบัติงานของศูนย์บริการบริหารจัดการคนหายและศพนิรนาม เมื่อได้รับการประสานโดยเฉพาะข้อมูลศพไม่ทราบชื่อ และการคืนศพให้แก่ญาติที่มาขอรับศพไปจัดการตามประเพณีซึ่งเป็นอำนาจของพนักงานสอบสวนผู้รับผิดชอบ หากพนักงานสอบสวนผู้รับผิดชอบย้ายไปอยู่สังกัดอื่นหรือไม่สามารถติดต่อได้ ให้อยู่ในความรับผิดชอบของหัวหน้าพนักงานสอบสวนในการดำเนินการแทน

(ที่มา : ผนวก จ. แนวทางการปฏิบัติประกอบคำสั่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติที่ 725 / 2558 ลงวันที่ 17 ธันวาคม 2558)

แนวทางการปฏิบัติกรณีคนหายพลัดหลง

               1.  เมื่อมีผู้มาแจ้งความเกี่ยวกับคนหายคนพลัดหลง ให้พนักงานสอบสวนหรือเจ้าหน้าที่ตำรวจผู้รับแจ้งเหตุต้องให้ความสำคัญและตอบสนองดำเนินการในทันที ห้ามมิให้ยกเหตุอ้างว่าต้องรอให้ครบ 24 ชั่วโมงก่อน โดยสอบถามรายละเอียดในเบื้องต้นจากผู้แจ้งและ/หรือพยาน แล้วรีบแจ้งศูนย์วิทยุเครือข่ายในสังกัดและหน่วยข้างเคียง (เช่น กองบังคับการตำรวจจราจร กองบังคับการตำรวจรถไฟกองบังคับการปราบปราม ฯลฯ) ออกอากาศร่วมช่วยสังเกตติดตามหรือแจ้งสกัดจับคนร้าย ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงในสถานที่เกิดเหตุโดยมิชักช้า แล้วแจ้งข้อมูลรายละเอียดเพิ่มเติมให้เจ้าหน้าที่งานสายตรวจ งานสืบสวน ช่วยติดตามสืบหา
              2.  จัดทำแบบรายงานที่เกี่ยวข้องกับคนหายพลัดหลง มีดังนี้
                   -  แบบแจ้งรูปพรรณคนหาย (วท.12/1)
                   -  แบบแจ้งการได้ตัวคนหายคืน (วท.12/2-ต.326)
                   -  แบบการสืบสวนติดตามคนหาย (วท.12/3-ต.326)
                   -  แบบรายงานแจ้งคนหายเบื้องต้น (ศบคน-1)
                   -  แบบรายงานแจ้งได้ตัวคนหายคืน (ศบคน-2)
             3.  การกรอกข้อความในแบบรายงาน
                  -  ให้พิมพ์ข้อความต่าง ๆ ลงในช่องที่กำหนดไว้ให้ครบถ้วนและถูกต้อง โดยใช้พิมพ์ดีด แล้วลงชื่อพนักงานสอบสวนไว้เป็นหลักฐาน
                  -  การกรอกตำหนิรูปพรรณคนหาย ให้กรอกข้อความให้ละเอียดเพียงพอที่เจ้าหน้าที่ตำรวจหรือบุคคลที่พบเห็นจะมั่นใจได้ว่าบุคคลนั้น เป็นบุคคลที่ได้รับแจ้งหายไว้
                  -  การกรอกแบบตำหนิรูปพรรณคนหาย (วท.12/1-ต.326) ให้พนักงานสอบสวนกรอกเลขบัตรประจำตัวประชาชนของคนหาย กรณีคนหายเป็นชาวต่างประเทศให้กรอกเลขหนังสือเดินทาง ประเทศ หรือใบสำคัญประจำตัวคนต่างด้าว ไว้ที่มุมบนขวาของแบบรายงานดังกล่าว รวมทั้งให้จัดส่งรูปถ่ายครั้งสุดท้ายของคนหายส่งมาพร้อมแบบแจ้งรูปพรรณคนหายด้วย เพื่อประโยชน์ในการติดตามหาตัวคนหาย
             4.  การจัดส่งแบบรายงานและการบันทึกข้อมูลคนหาย
                  -  เมื่อมีผู้มาแจ้งความเกี่ยวกับคนหาย คนพลัดหลง ให้หัวหน้าสถานีตำรวจจัดส่งแบบรายงานข้อมูลรับแจ้งเหตุคนหายพลัดหลง (ศบคน-1) มายังผู้บังคับการกองทะเบียนประวัติอาชญากร/เลขานุการ ศูนย์บริการจัดการคนหายและศพนิรนาม ภายใน 24 ชั่วโมงนับแต่ได้รับแจ้ง ต่อมาภายหลังหากสามารถติดตามคนหายพบแล้วให้รายงานเพิ่มเติมตามแบบรายงานการรับแจ้งคนหายได้คืน (ศบคน-2) ภายใน 24 ชั่วโมงนับแต่วันที่พบตัว
                  -  ให้หัวหน้าสถานีตำรวจแจ้งข้อมูลไปยังสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ กระทรวงยุติธรรม/เลขานุการคณะกรรมการพัฒนาระบบการติดตามคนหายและการพิสูจน์ศพนิรนาม ทราบอีกส่วนหนึ่งด้วย
                 -  ให้พนักงานสอบสวนรีบดำเนินการบันทึกข้อมูลคนหายพลัดหลงในระบบสารสนเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (POLIS) ให้แล้วเสร็จภายใน 24 ชั่วโมงนับแต่วันที่ได้รับแจ้ง หากสามารถติดตามคนหายพลัดหลงพบแล้ว ให้รีบดำเนินการถอนข้อมูลคนหายพลัดหลงที่ได้บันทึกในระบบสารสนเทศสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (POLIS) ให้แล้วเสร็จภายใน 24 ชั่วโมงนับแต่วันที่พบตัว
               5.  หน้าที่ของสถานีตำรวจ
                     - กรณีสถานีตำรวจได้รับแจ้งเบาะแสบุคคลสูญหาย จากศูนย์บริหารจัดการคนหายและศพนิรนาม ซึ่งเป็นข้อมูลคนหายที่ประชาชนโทรศัพท์ขอความช่วยเหลือมายังศูนย์รับแจ้งข้อมูลข่าวสาร 1599 ให้พนักงานสอบสวนที่ได้รับมอบหมาย ประสานรายละเอียดกลับไปยังผู้แจ้ง โดยให้แนะนำให้ผู้แจ้งมาลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐานแล้ว ดำเนินการบันทึกข้อมูลคนหายพลัดหลงในสารสนเทศสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (POLIS) ภายใน 24 ชั่วโมงนับแต่วันที่ได้รับแจ้ง
                    -  ถ้าการสอบสวนรับแจ้งนั้นมีเหตุอันควรสงสัยหรือเชื่อมั่นว่าจะเกี่ยวข้องกับการเมือง ให้ทำการสอบสวนมูลกรณีโดยละเอียดและรายงานด่วนถึงสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ผ่านกองบังคับการตำรวจสันติบาล) เพื่อพิจารณาสั่งการให้ดำเนินการสืบสวนติดตามเป็นกรณีพิเศษ
                    -  ถ้าผู้แจ้งสงสัยว่าคนหายจะถูกทำร้ายถึงตาย หรือตายด้วยเหตุอื่น ๆ พนักงานสอบสวนสามารถดูรูปถ่ายตำหนิ รูปพรรณของคนตายไม่ทราบชื่อได้จาก website : missingperson.police.go.th ของศูนย์บริหารจัดการคนหายและศพนิรนาม
                    -  ให้หัวหน้าสถานีตำรวจมอบหมายรองหัวหน้าหน่วยที่รับผิดชอบงานสืบสวนเป็นผู้รับผิดชอบงานศูนย์บริหารจัดการคนหายและศพนิรนามในระดับสถานีตำรวจ เพื่อเป็นศูนย์กลางในการสั่งงาน ประสานการปฏิบัติติดตามคนหาย และหมั่นไปติดต่อเยี่ยมเยียนเป็นระยะ ๆ โดยให้มีรายละเอียดวันเดือนปี ที่สืบสวนติดตาม และได้ไปเยี่ยมเยียนสอบถามกับผู้ใด โดยให้ผู้นั้นลงลายมือชื่อในบันทึกการสืบสวนติดตาม เป็นหลักฐานด้วย
                    -  ให้พนักงานสอบสวนหรือผู้ที่ได้รับมอบหมายให้สืบสวนติดตามคนหาย จัดทำบันทึกการสืบสวนบุคคลสูญหาย โดยมีรายละเอียดที่เกี่ยวข้องกับบุคคลผู้สูญหาย แนวทางการสืบสวนติดตามที่ได้ดำเนินการไว้ และให้มีการส่งมอบบันทึกการสืบสวนฯ ดังกล่าวให้ผู้มีหน้าที่รับผิดชอบคนใหม่ เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงโยกย้ายตำแหน่งหรือเปลี่ยนแปลงงานที่รับผิดชอบ เพื่อให้การสืบสวนติดตามมีความต่อเนื่องแล้วรายงานผลการสืบสวนติดตามมายังกองทะเบียนประวัติอาชญากร ภายในระยะเวลาที่กำหนด
                   -  ให้ทุกสถานีตำรวจจะทำสมุดสารบบคนหาย ตามแบบแนบท้ายหนังสือสำนักงานตำรวจแห่งชาติที่ 0011.22 / 1227 ลง 30 มีนาคม 2555 จัดเก็บไว้ที่สถานีตำรวจ พร้อมกับจัดทำแฟ้มเก็บรวบรวมรายงานตำหนิรูปพรรณคนหายและรายงานการได้ตัวคนหายคืน เพื่อการตรวจสอบค้นหาและเป็นข้อมูลสนับสนุนการทำงานของศูนย์บริหารจัดการคนหายและศพนิรนาม
                  -  ให้พนักงานสอบสวนรายงานผลการสืบสวนติดตามมายังผู้บังคับการกองทะเบียนประวัติอาชญากร/เลขานุการศูนย์บริหารจัดการคนหายและศพนิรนาม ภายในระยะเวลาที่กำหนด
              6.  การปฏิบัติหลังพบตัวคนหาย
                   -  กรณีที่ติดตามพบตัวคนหาย หรือมีผู้มาแจ้งว่าได้พบตัวคนหายแล้ว ด้วยประการใดก็ตาม ให้พนักงานสอบสวนซักถามถึงสาเหตุที่หายไปอย่างแท้จริง ตลอดจนการใช้ชีวิตระหว่างที่หาย และให้ทำการอบรมสั่งสอนไม่ให้หลบหนีไปอีก แล้วให้รีบดำเนินการถอนข้อมูลคนหายพลัดหลงที่ได้บันทึกในระบบสารสนเทศสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (POLIS) ให้แล้วเสร็จภายใน 24 ชั่วโมงนับแต่วันที่พบตัว โดยให้รายงานตามแบบรายงานได้ตัวคนหายพลัดหลงคืน (ศบคน-2) มายังผู้บังคับการกองทะเบียนประวัติอาชญากร/เลขานุการศูนย์บริหารจัดการคนหายและศพนิรนาม ภายใน 24 ชั่วโมงนับแต่วันที่พบตัว รวมทั้งแจ้งข้อมูลไปยังสถาบันนิติวิทยาศาสตร์กระทรวงยุติธรรม/เลขานุการคณะกรรมการพัฒนาระบบการติดตามคนหายและการพิสูจน์ศพนิรนาม ทราบอีกส่วนหนึ่งด้วย

(ที่มา : ผนวก จ. แนวทางการปฏิบัติประกอบคำสั่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติที่ 725 / 2558 ลงวันที่ 17 ธันวาคม 2558)

วันอังคารที่ 26 มกราคม พ.ศ. 2559

ระเบียบเกี่ยวกับการติดตามคนหายและพิสูจน์ศพนิรนาม

             ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยการสนับสนุนการปฎิบัติงานติดตามคนหายและพิสูจน์ศพนิรนาม พ.ศ.2558  (โดยย่อ)
             “คนหาย” หมายความว่า บุคคลที่หายไปจากภูมิลำเนาหรือถิ่นที่อยู่ โดยไม่สามารถติดต่อได้เป็นเวลาไม่น้อยกว่า 24 ชั่วโมง หรือไม่มีใครรู้แน่ชัดว่าบุคคลนั้นยังมีชีวิตอยู่หรือไม่
            “ศพนิรนาม” หมายความว่า ศพหรือชิ้นส่วนอวัยวะของมนุษย์ ที่ทำให้เชื่อหรือมีเหตุอันควรสงสัยว่ามีบุคคลใดเสียชีวิต โดยไม่สามารถระบุได้ว่าศพหรือชิ้นส่วนอวัยวะเป็นบุคคลใด
            “หน่วยงานของรัฐ” หมายความว่า หน่วยงานของรัฐซึ่งตามกฎหมาย มีอำนาจหน้าที่ในการรับแจ้ง ติดตามสืบสวนสอบสวน หรือพิสูจน์ เกี่ยวกับคนหายและศพนิรนาม
            “สำนักงาน” หมายความว่า สำนักเลขานุการของคณะกรรมการพัฒนาระบบการติดตามคนหายและการพิสูจน์ศพนิรนาม
           ให้มีคณะกรรมการพัฒนาระบบการติดตามคนหายและการพิสูจน์ศพนิรนามเรียกโดยย่อว่า (ค.พ.ศ.)
            เมื่อหน่วยงานของรัฐได้ได้รับแจ้งว่ามีคนหาย ให้หน่วยงานของรัฐนั้น แจ้งข้อมูลดังกล่าวให้สำนักงาน ทราบโดยเร็ว
            ในกรณีที่มีผู้มาแจ้งต่อสำนักงานว่ามีคนหาย ให้สำนักงานรีบจัดเก็บข้อมูลนั้น และจัดส่งตัวผู้แจ้งพร้อมข้อมูลดังกล่าวไปยังสถานีตำรวจใกล้เคียงทันที เพื่อดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ต่อไป
            เมื่อหน่วยงานของรัฐแห่งใดได้พบตัวคนหายแล้ว ให้หน่วยงานของรัฐนั้นรีบแจ้งข้อมูลดังกล่าวให้สำนักงานทราบโดยเร็ว เพื่อจำหน่ายชื่อบุคคลนั้นออกจากข้อมูลคนหาย
            ในกรณีที่สำนักงานเป็นผู้พบตัวคนหายก่อน ให้สำนักงานรีบจัดเก็บข้อมูลดังกล่าวและจัดส่งตัวบุคคลที่พบพร้อมข้อมูลนั้นไปยังสถานีตำรวจใกล้เคียงทันที เพื่อดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ต่อไป และให้สำนักงานแจ้งการพบตัวคนหายต่อหน่วยงานของรัฐที่ได้รับแจ้งคนหาย
            เมื่อหน่วยงานของรัฐใดได้รับแจ้งว่ามีการพบศพนิรนาม ให้หน่วยงานของรัฐนั้นแจ้งข้อมูลดังกล่าวให้สำนักงานทราบโดยเร็ว
            ในกรณีที่มีผู้มาแจ้งต่อสำนักงานว่ามีการพบศพนิรนาม ให้สำนักงานรีบจัดเก็บข้อมูลดังกล่าวและจัดส่งตัวผู้แจ้งพร้อมข้อมูลนั้นไปยังสถานีตำรวจใกล้เคียงทันที เพื่อดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ต่อไป
            ในกรณีที่หน่วยงานของรัฐใด ไม่สามารถระบุได้ว่าศพนิรนามเป็นบุคคลใด หรือศพนิรนามที่ต้องทำการตรวจพิสูจน์มีจำนวนมาก หน่วยงานของรัฐนั้นอาจร้องขอให้สำนักงานเป็นผู้ดำเนินการตรวจพิสูจน์ศพนิรนามดังกล่าวก็ได้
            เมื่อสำนักงานได้ตรวจพิสูจน์ศพนิรนามดังกล่าวแล้ว สามารถระบุได้ว่าเป็นบุคคลใด ให้สำนักงานรีบจัดเก็บข้อมูลที่ตรวจพิสูจน์ได้และแจ้งข้อมูลดังกล่าวต่อหน่วยงานของรัฐที่ร้องขอทราบทันที เพื่อดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ต่อไป
            เพื่อประโยชน์ในการติดตามคนหายและการพิสูจน์ศพนิรนาม ให้สำนักงานแจ้งข้อมูลการดำเนินการเกี่ยวกับศพให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติทราบด้วย และให้สำนักงานและสำนักงานตำรวจแห่งชาติประสานงานกันในเรื่องข้อมูลเกี่ยวกับคนหายและศพนิรนาม
            หลักเกณฑ์วิธีการและแบบในการแจ้งการจัดเก็บการรวบรวมการประสานข้อมูลและการดำเนินการอื่นใดเกี่ยวกับคนหายหรือศพนิรนามให้เป็นไปตามที่ ค.พ.ส. ประกาศกำหนด
สรุป.- 
             หน่วยงานของรัฐ มีหน้าที่ แจ้งข้อมูลเกี่ยวกับคนหาย แจ้งการพบตัวคนหาย และแจ้งการพบศพนิรนาม ให้สำนักงานทราบ หรือรับแจ้งการพบตัวคนหายจากสำนักงาน หรือร้องขอให้สำนักงานเป็นผู้ดำเนินการตรวจพิสูจน์ศพนิรนาม และรับแจ้งผลการตรวจพิสูจน์ศพนิรนามได้ว่าเป็นบุคคลใด จากสำนักงาน
             สถานีตำรวจใกล้เคียง มีหน้าที่ รับข้อมูลพร้อมตัวผู้แจ้งคนหาย รับข้อมูลพร้อมตัวผู้พบตัวคนหาย และรับข้อมูลพร้อมตัวผู้พบศพนิรนาม จากสำนักงาน เพื่อดำเนินการตามอำนาจหน้าที่
เอกสารที่เกี่ยวข้อง
ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยการสนับสนุนการปฏิบัติงานติดตามคนหายและพิสูจน์ศพนิรนาม พ.ศ.๒๕๕๘ (ดูที่นี่)
คำสั่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่ ๗๒๕/๒๕๕๘ ลงวันที่ ๑๗ ธ.ค.๒๕๕๘ เรื่อง ศูนย์บริหารจัดการคนหายและศพนิรนาม สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศบคน.ตร) (ดูที่นี่)
บทความที่เกี่ยวข้อง
.