วันศุกร์ที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

หน้าที่พนักงานสอบสวนผู้เชี่ยวชาญ

พนักงานสอบสวนผู้เชี่ยวชาญ  มีอำนาจและหน้าที่ความรับผิดชอบ ดังนี้ 

      ๑. ปฏิบัติหน้าที่เป็นพนักงานสอบสวนตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาและกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง
      ๒. ปฏิบัติหน้าที่เป็นพนักงานสอบสวนรับผิดชอบสอบสวนคดีความผิดอาญาทุกประเภท ยกเว้นประเภทและลักษณของคดีที่อยู่ในความรับผิดชอบของพนักงานสอบสวนผู้เชี่ยวชาญพิเศษ และให้มีหน้าที่รับผิดชอบทำการสอบสวนคดีความผิดอาญา ตามประเภทและลักษณะของคดี ดังนี้
          (๑) คดีที่มีหรืออาจมีผลกระทบอย่างรุนแรงต่อความสงบเรียบร้อย ศีลธรรมอันดีของประชาชน ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศหรือระบบเศรษฐกิจ
          (๒) คดีที่มีความตายเกิดขึ้นโดยการกระทำของเจ้าพนักงานซึ่งอ้างว่าปฏิบัติราชการตามหน้าที่ หรือตายในระหว่างอยู่ในความควบคุมของเจ้าพนักงานซึ่งอ้างว่าปฏิบัติราชการตามหน้าที่
          (๓) คดีที่่มีความสำคัญ ยุ่งยาก ซับซ้อน หรือคดีที่ประชาชนให้ความสนใจ
          (๔) คดีที่ผู้กระทำความผิดที่มีลักษณะเป็นกลุ่ม เครือข่าย ขบวนการ หรือองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ หรือเกี่ยวข้องกับผู้มีอิทธิพล
          (๕) คดีที่เกี่ยวข้องกับข้าราชการพลเรือนประเภทบริหารระดับสูงหรือประเภทวิชาการระดับทรงคุณวุฒิ ข้าราชการการเมือง นักการเมือง และสื่อมวลชน
          (๖) คดีเกี่ยวกับพระบรมวงศานุวงศ์ ต่ำกว่าชั้นพระองค์เจ้าเป็นผู้ต้องหาคดีอาญา
          (๗) คดีที่กล่าวหาว่าข้าราชการตำรวจระดับผู้กำกับการหรือพนักงานสอบสวนผู้ทรงคุณวุฒิหรือเทียบเท่า มีส่วนเกี่ยวข้องหรือมีส่วนได้เสีย หรือถูกจับหรือต้องหาคดีอาญา เว้นแต่เป็นคดีลหุโทษ หรืออัตราโทษไม่สูงกว่าลหุโทษ หรือคดีที่กระทำโดยประมาท
          (๘) คดีที่ผู้บังคับบัญชาเห็นสมควร เพื่อสร้างความเชื่อมั่น หรือความพึงพอใจให้กับประชาชน หรือเพื่อประโยชน์ของทางราชการ และมอบหมายให้รับผิดชอบทำการสอบสวน
      ๓. เข้าร่วมทำการสอบสวน ตามที่หัวหน้างานสอบสวน หรือผู้บังคับบัญชามอบหมาย
      ๔. สืบสวนหาข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานเฉพาะในคดีที่รับผิดชอบ เพื่อทราบรายละเอียดของการกระทำความผิดที่เกิดขึ้น
      ๕. ในกรณีเป็นพนักงานสอบสวนผู้เชี่ยวชาญ ทำหน้าที่หัวหน้างานสอบสวน มีหน้าที่บริหารงานคดี กำกับดูแล ตรวจสอบ เร่งรัด สั่งการ แนะนำ เข้าร่วมสอบสวน ในการทำสำนวนการสอบสวนของพนักงานสอบสวนถึงพนักงานสอบสวนผู้เชี่ยวชาญ
      ๖. กำกับดูแล ตรวจสอบ เร่งรัด สั่งการ แนะนำ การปฏิบัติหน้าที่ของข้าราชการตำรวจในสังกัด
      ๗. เป็นที่ปรึกษาเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย หรือการสอบสวนให้กับข้าราชการตำรวจและประชาชน
      ๘. ปฏิบัติงานอื่น ๆ ที่ผู้บังคับบัญชามอบหมาย

วันเสาร์ที่ 7 มิถุนายน พ.ศ. 2557

กฎหมายเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติ

พ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ศ.๒๔๘๔ 
  +  ประกาศกระทรวงเกษตร เรื่อง การกำหนดเขตควบคุมการแปรรูปไม้ (พ.ศ.๒๔๙๙)
  +  พ.ร.ฎ.กำหนคไม้หวงห้าม พ.ศ.๒๕๓๐
  +  พ.ร.ฎ.กำหนดของป่าหวงห้าม พ.ศ.๒๕๓๐

พ.ร.บ.ให้ใช้ประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ.๒๔๙๗

พ.ร.บ.อุทยานแห่งชาติ พ.ศ.๒๔๐๔

พ.ร.บ.ป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ.๒๕๐๗  

พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.๒๕๓๕ 

พ.ร.บ.สวนป่า พ.ศ.๒๕๓๕

พ.ร.บ.เลื่อยโซ่ยนต์ พ.ศ.๒๕๔๕

+  หนังสือที่ ตร. ๐๐๑๑.๒๕/๕๐๑๔ ลง ๒๑ พฤศจิกายน ๒๕๕๖  เรื่อง แนวทางปฏิบัติการสอบสวนคดีอาญากรณีพิเศษบางประเภท (คลิกที่นี่)

+  หนังสือที่ ตช ๐๐๑๖/๕๐๓๑ ลง ๒๕ พฤศจิกายน ๒๕๕๖ เรื่อง  การสอบสวนคดีอาญาในอำนาจหน้าที่ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ  (คลิกที่นี่)

+  หนังสือที่ อส ๐๐๐๗(พก)/ว ๙๒ ลง ๒๒ เมษายน ๒๕๕๗  เรื่อง แนวทางปฏิบัติในการดำเนินคดีอาญาของพนักงานอัยการ (คลิกที่นี่)

วันศุกร์ที่ 30 พฤษภาคม พ.ศ. 2557

หน้าที่พนักงานสอบสวนผู้ทรงคุณวุฒิ

พนักงานสอบสวนผู้ทรงคุณวุฒิ  มีอำนาจและหน้าที่ความรับผิดชอบ ดังนี้

      ๑. ปฏิบัติหน้าที่เป็นพนักงานสอบสวนตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาและกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง
      ๒. ปฏิบัติหน้าที่เป็นพนักงานสอบสวนรับผิดชอบสอบสวนคดีความผิดอาญาทุกประเภท ยกเว้นประเภทและลักษณะของคดีที่อยู่ในความรับผิดชอบของพนักงานสอบสวนผู้เชี่ยวชาญ ถึงพนักงานสอบสวนผู้เชียวชาญพิเศษ และให้มีหน้าที่รับผิดชอบทำการสอบสวนคดีความผิดอาญาตามประเภทและลักษณะของคดี ดังนี้
          (๑) คดีฆ่าผู้อื่นและมีผู้เสียชีวิตมากกว่า ๒ ขึ้นไป หรือฆ่าเจ้าพนักงานซึ่งกระทำการตามหน้าที่ หรือเพราะเหตุที่จะกระทำการตามหน้าที่
          (๒) คดีปล้นทรัพย์และเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายสาหัสหรือเป็นเหตุให้ถึงแก่ความตาย โดยมีหรือใช้อาวุธสงครามและวัตถุระเบิด หรือมีทรัพย์สินถูกประทุษร้ายมากกว่าสิบล้านบาทขึ้นไป
          (๓) คดีวางเพลิงและเป็นเหตุให้บุคคลอื่นถึงแก่ความตาย
          (๔) คดีลักพาตัวไปเรียกค่าไถ่ซึ่งมีผู้ร่วมกระทำผิดตั้งแต่ ๒ คนขึ้นไป หรือเป็นเหตุให้ผู้ถูกเอาตัวไป ผู้ถูกหน่วงเหนี่ยว หรือผู้ถูกกักขังถึงแก่ความตาย
          (๕) คดีข่มขืนกระทำชำเราในลักษณะโทรมหญิงและเป็นเหตุให้ผู้ถูกกระทำถึงแก่ความตาย
          (๖) คดีความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดให้โทษสำหรับยาเสพติดให้โทษประเภทที่ ๑ และ ๒ น้ำหนักมากกว่า ๑,๕๐๐ กรัมขึ้นไป ยาเสพติดให้โทษประเภท ๓, ๔ และ ๕ น้ำหนักมากกว่า ๑,๕๐๐ กิโลกรัมขึ้นไป
          (๗) คดีที่บุคคลในคณะรัฐมนตรี สมาชิกรัฐสภา เป็นผู้ต้องหา เว้นแต่เป็นคดีลหุโทษหรืออัตราโทษไม่สูงกว่าลหุโทษ หรือคดีที่กระทำโดยประมาท
          (๘) คดีที่บุคคลในคณะฑูต กงสุล และบุคคลในองค์การสหประชาชาติหรือองค์การรัฐต่างประเทศเข้ามาช่วยเหลือราชการในประเทศไทย เป็นผู้เสียหายหรือผู้ต้องหา
          (๙) คดีที่ผู้พิพากษา ข้าราชการพลเรือนประเภทบริหารระดับต้น หรือประเภทวิชาการระดับเชี่ยวชาญ หรือเทียบเท่าขึ้นไป หรือข้าราชการทหาร ตั้งแต่ชั้นพลตรี พลเรือตรี พลอากาศตรี ถูกจับหรือต้องหาคดีอาญา เว้นแต่เป็นคดีลหุโทษ หรืออัตราโทษไม่สูงกว่าลหุโทษ หรือคดีที่กระทำโดยประมาท
          (๑๐) คดีที่กล่าวหาว่าข้าราชการตำรวจระดับรองผู้กำกับการหรือพนักงานสอบสวนผู้ชำนาญการพิเศษหรือเทียบเท่ามีส่วนเกี่ยวข้องหรือมีส่วนได้เสีย หรือถูกจับ หรือต้องหาคดีอาญา เว้นแต่ เป็นคดีลหุโทษหรืออัตราโทษไม่สูงกว่าลหุโทษ หรือคดีที่กระทำโดยประมาท
          (๑๑) คดีที่บุคคลรวมกลุ่มในลักษณะเป็นแก้งประกอบมิจฉาชีพในรูปแบบต่าง ๆ เช่น กลุ่มมือปืนรับจ้าง กลุ่มอันธพาล กลุ่มจับคนไปเรียกค่าไถ่ กลุ่มขู่เข็ญเรียกค่าคุ้มครอง กลุ่มปล่อยเงินกู้นอกระบบ กลุ่มค้าอาวุธผิดกฎหมาย กลุ่มค้ายาเสพติดให้โทษ กลุ่มโจรกรรมรถยนต์รถจักรยานยนต์ กลุ่มลักพระพุทธรูป กลุ่มลักทรัพย์ในอาคาร กลุ่มลักโค กระบือ ช้างม้า เครื่องมือเกษตร หรือกลุ่มบุคคลที่ประกอบการอันเป็นภัยต่อสังคม เช่น กลุ่มรับจัดหาโดยหลอกลวงคนไปทำงานทั้งในประเทศหรือต่างประเทศเหล่านี้ เป็นต้น
           (๑๒) คดีที่ผู้บังคับบัญชามอบหมายให้รับผิดชอบทำการสอบสวน
      ๓. เข้าร่วมทำการสอบสวนหรือปฏิบัติหน้าที่เป็นพนักงานสอบสวนเวรตามที่หัวหน้างานสอบสวน หรือผู้บังคับบัญชามอบหมาย
      ๔. สืบสวนหาข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานเฉพาะในคดีที่รับผิดชอบ เพื่อทราบรายละเอียดของการกระทำความผิดที่เกิดขึ้น
      ๕. ในกรณีเป็นพนักงานสอบสวนผู้ทรงคุณวุฒิทำหน้าที่หัวหน้างานสอบสวน มีหน้าที่บริหารงานคดี กำกับดูแล ตรวจสอบ เร่งรัด สั่งการ แนะนำ เข้าร่วมสอบสวน ในการทำสำนวนการสอบสวนของพนักงานสอบสวนถึงพนักงานสอบสวนผู้ทรงคุณวุฒิ
      ๖. กำกับดูแล ตรวจสอบ เร่งรัด สั่งการ แนะนำ การปฏิบัติหน้าที่ของข้าราชการตำรวจในสังกัด
      ๗. เป็นที่ปรึกษาเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย หรือการสอบสวนให้กับข้าราชการตำรวจและประชาชน
      ๘. ปฏิบัติงานอื่น ๆ ที่ผู้บังคับบัญชามอบหมาย

---------------------------------------------------------------------------------------------------------

คำพิพากษาศาลฎีกาที่  876/2555
 ป.วิ.อ. มาตรา 18

          ตาม ป.วิ.อ.มาตรา 18 บัญญัติให้ข้าราชการตำรวจซึ่งมียศตั้งแต่ชั้นนายร้อยตำรวจตรีหรือเทียบเท่านายร้อยตำรวจตรีขึ้นไป มีอำนาจสอบสวนความผิดอาญาซึ่งได้เกิด หรืออ้าง หรือเชื่อว่าได้เกิดในเขตอำนาจของตน หรือผู้ต้องหามีที่อยู่หรือถูกจับภายในเขตอำนาจของตนได้ จำเลยฎีกาว่า การสอบสวนไม่ชอบเพราะ ร. เป็นพนักงานสอบสวนสัญญาบัตร 1 ซึ่งเป็นผู้สอบสวนประจักษ์พยานโจทก์ทั้งหมด แต่ระเบียบสำนักงานตำรวจแห่งชาติกำหนดให้คดีที่มีอัตราโทษจำคุกตั้งแต่ 10 ปีขึ้นไป พนักงานสอบสวนผู้มีอำนาจสอบสวนเป็นพนักงานสอบสวนสัญญาบัตร 3 นั้น เมื่อคดีนี้เหตุเกิดในเขตอำนาจของสถานีตำรวจภูธรอำเภอหาดใหญ่ที่ ร. ประจำอยู่ ร. จึงมีอำนาจสอบสวนคดีนี้ ส่วนระเบียบสำนักงานตำรวจแห่งชาติเป็นระเบียบซึ่งกำหนดวิธีการบริหารภายในของราชการตำรวจ มิได้ทำให้อำนาจการสอบสวนที่กำหนดไว้ใน ป.วิ.อ. ต้องเปลี่ยนแปลงไป ฎีกาของจำเลยข้อนี้ฟังไม่ขึ้น

พนักงานสอบสวนผู้รับผิดชอบ

           พงส.ผู้รับผิดชอบ (ตาม ป.วิอาญา) คือ พนักงานสอบสวนที่มีหน้าที่รับผิดชอบในการสอบสวนคดีอาญา จนเห็นว่า การสอบสวนเสร็จแล้ว ได้สรุปสำนวนการสอบสวน ทำความเห็นงดการสอบสวน หรือควรให้งดการสอบสวนในกรณีไม่ปรากฎว่าผู้ใดเป็นผู้กระทำความผิด หรือทำความเห็นว่าควรสั่งฟ้อง หรือสั่งไม่ฟ้อง หรือเปรียบเทียบปรับ ในกรณีรู้ตัวผู้กระทำความผิด ส่งสำนวนไปยังพนักงานอัยการเพื่อพิจารณาต่อไป (ม.๑๔๐) 
           โดยปกติข้าราชการตำรวจซึ่งมียศตั้งแต่ชั้นนายร้อยตำรวจตรีหรือเทียบเท่านายร้อยตำรวจตรีขึ้นไปเป็นพนักงานสอบสวนผู้รับผิดชอบในคดีความผิดอาญาที่ได้เกิดในเขตอำนาจของตน เว้นแต่เมื่อมีเหตุจำเป็นหรือเพื่อความสะดวก จึงให้พนักงานสอบสวนแห่งท้องที่ที่ผู้ต้องหามีที่อยู่หรือถูกจับเป็นผู้รับผิดชอบดำเนินการสอบสวน ในเขตท้องที่ใดมีพนักงานสอบสวนหลายคน ผู้รับผิดชอบดำเนินการสอบสวน คือพนักงานสอบสวนผู้เป็นหัวหน้าในท้องที่นั้น (ม.๑๘) 
           ในกรณีความผิดอาญาได้เกิดในหลายท้องที่ เป็นการไม่แน่ว่าได้กระทำในท้องที่ใดในระหว่างหลายท้องที่ หรือเมื่อความผิดส่วนหนึ่งกระทําในท้องที่หนึ่ง แต่อีกส่วนหนึ่งในอีกท้องที่หนึ่ง หรือเมื่อความผิดนั้นเป็นความผิดต่อเนื่องและกระทําต่อเนื่องกันในท้องที่ต่างๆ เกินกว่าท้องที่หนึ่งขึ้นไป หรือเมื่อเป็นความผิดซึ่งมีหลายกรรม กระทําลงในท้องที่ต่างๆ กัน หรือเมื่อความผิดเกิดขึ้นขณะผู้ต้องหากําลังเดินทาง หรือเมื่อความผิดเกิดขึ้นขณะผู้เสียหายกําลังเดินทาง พนักงานสอบสวนผู้รับผิดชอบ คือ พนักงานสอบสวนซึ่งท้องที่ที่จับผู้ต้องหาได้อยู่ในเขตอํานาจ แต่ถ้าจับผู้ต้องหายังไม่ได้ พนักงานสอบสวนผู้รับผิดชอบ คือ พนักงานสอบสวนซึ่งท้องที่ที่พบการกระทำผิดก่อนอยู่ในเขตอํานาจ (ม.๑๙)
          ถ้าความผิดซึ่งมีโทษตามกฎหมายไทยได้กระทําลงนอกราชอาณาจักรไทย ให้อัยการสูงสุดหรือผู้รักษาการแทนเป็นพนักงานสอบสวนผู้รับผิดชอบ หรือจะมอบหมายหน้าที่นั้นให้พนักงานอัยการหรือพนักงานสอบสวนคนใดเป็นผู้รับผิดชอบทําการสอบสวนแทนก็ได้ ในกรณีที่อัยการสูงสุดหรือผู้รักษาการแทนมอบหมายให้พนักงานสอบสวนคนใดเป็นผู้รับผิดชอบทําการสอบสวน หรือจะมอบหมายให้พนักงานอัยการคนใดทําการสอบสวนร่วมกับพนักงานสอบสวนก็ได้ ให้พนักงานอัยการที่ได้รับมอบหมายให้เป็นพนักงานสอบสวนผู้รับผิดชอบ หรือให้ทําการสอบสวนร่วมกับพนักงานสอบสวน มีอํานาจและหน้าที่ในการสอบสวนเช่นเดียวกับพนักงานสอบสวนบรรดาอํานาจและหน้าที่ประการอื่นที่กฎหมายบัญญัติไว้ให้เป็นอํานาจและหน้าที่ของพนักงานอัยการ ในกรณีที่พนักงานอัยการทําการสอบสวนร่วมกับพนักงานสอบสวน ให้พนักงานสอบสวนปฏิบัติตามคําสั่งและคําแนะนําของพนักงานอัยการในเรื่องที่เกี่ยวกับการรวบรวมพยานหลักฐาน เมื่อพนักงานอัยการหรือพนักงานสอบสวนผู้รับผิดชอบในการสอบสวนแล้วแต่กรณี เห็นว่าการสอบสวนเสร็จแล้ว ให้ทำความเห็นตามมาตรา ๑๔๐ มาตรา ๑๔๑ หรือมาตรา ๑๔๒ ส่งพร้อมสำนวนไปยังอัยการสูงสุดหรือผู้รักษาการแทน (ม.๒๐)

วันอาทิตย์ที่ 15 กันยายน พ.ศ. 2556

สิทธิในกระบวนการยุติธรรม

                                             รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย

     (ม.๔๐) บุคคลย่อมมีสิทธิในกระบวนการยุติธรรม ดังต่อไปนี้
         () สิทธิเข้าถึงกระบวนการยุติธรรมได้โดยง่าย สะดวก รวดเร็ว และทั่วถึง
         () สิทธิพื้นฐานในกระบวนพิจารณา ซึ่งอย่างน้อยต้องมีหลักประกันขั้นพื้นฐานเรื่องการได้รับการพิจารณาโดยเปิดเผย การได้รับทราบข้อเท็จจริงและตรวจเอกสารอย่างเพียงพอ การเสนอข้อเท็จจริง ข้อโต้แย้ง และพยานหลักฐานของตน การคัดค้านผู้พิพากษาหรือตุลาการ การได้รับการพิจารณาโดยผู้พิพากษาหรือตุลาการที่นั่งพิจารณาคดีครบองค์คณะ และการได้รับทราบเหตุผลประกอบคำวินิจฉัย คำพิพากษา หรือคำสั่ง
        () บุคคลย่อมมีสิทธิที่จะให้คดีของตนได้รับการพิจารณาอย่างถูกต้อง รวดเร็ว และเป็นธรรม
        () ผู้เสียหาย ผู้ต้องหา โจทก์ จำเลย คู่กรณี ผู้มีส่วนได้เสีย หรือพยานในคดีมีสิทธิได้รับการปฏิบัติที่เหมาะสมในการดำเนินการตามกระบวนการยุติธรรม รวมทั้งสิทธิในการได้รับการสอบสวนอย่างถูกต้อง รวดเร็ว เป็นธรรม และการไม่ให้ถ้อยคำเป็นปฏิปักษ์ต่อตนเอง
        () ผู้เสียหาย ผู้ต้องหา จำเลย และพยานในคดีอาญา มีสิทธิได้รับความคุ้มครอง และความช่วยเหลือที่จำเป็นและเหมาะสมจากรัฐ ส่วนค่าตอบแทน ค่าทดแทน และค่าใช้จ่ายที่จำเป็น ให้เป็นไปตามที่กฎหมายบัญญัติ
        () เด็ก เยาวชน สตรี ผู้สูงอายุ หรือผู้พิการหรือทุพพลภาพ ย่อมมีสิทธิได้รับความคุ้มครองในการดำเนินกระบวนพิจารณาคดีอย่างเหมาะสม และย่อมมีสิทธิได้รับการปฏิบัติที่เหมาะสมในคดีที่เกี่ยวกับความรุนแรงทางเพศ
        () ในคดีอาญา ผู้ต้องหาหรือจำเลยมีสิทธิได้รับการสอบสวนหรือการพิจารณาคดีที่ถูกต้องรวดเร็ว และเป็นธรรม โอกาสในการต่อสู้คดีอย่างเพียงพอ การตรวจสอบหรือได้รับทราบพยานหลักฐานตามสมควร การได้รับความช่วยเหลือในทางคดีจากทนายความ และการได้รับการปล่อยตัวชั่วคราว
        () ในคดีแพ่ง บุคคลมีสิทธิได้รับความช่วยเหลือทางกฎหมายอย่างเหมาะสมจากรัฐ