วันเสาร์ที่ 23 สิงหาคม พ.ศ. 2557

เทคนิคการตอบวิชากฎหมาย

ข้อสอบแบบตุ๊กตาหรืออุทาหรณ์ 
         เทคนิคการเขียนตอบข้อสอบในระดับปริญญาตรีซึ่งเหมาะสำหรับนิสิตปี 1 หรือนิสิตกฎหมายที่ยังอ่อนประสบการณ์ในด้านการเขียนซึ่งการเขียนตอบก็จะเป็นในลักษณะที่เรียกว่า การตอบแบบสามส่วน คือมีหลักกฎหมาย การวินิจฉัย และสรุป กล่าวคือ 

ส่วนที่ 1 หลักกฎหมาย
                    ประมวลกฎหมาย................มาตรา .......................................(กรณีท่องจำตัวบทได้แม่นยำทุกตัวอักษร) หรือ
                    ประมวลกฎหมาย................วางหลักว่า..................................................(กรณีจำแค่หลักตัวบทในมาตรานั้นหรือยกมาใช้เฉพาะหลัก/วรรคที่เกี่ยวข้อง)

ส่วนที่ 2 วินิจฉัย
                    กรณีตามปัญหาวินิจฉัยได้ว่า..............................................................................................
............................................................................................................................................................
                    (เป็นการปรับบทคือ ปรับหลักกฎหมายในส่วนที่ 1 ให้เข้ากับข้อเท็จจริงที่โจทย์ให้มา
การวินิจฉัยนั้นเป็นสิ่งสำคัญเพราะเป็นการวัดความเข้าใจของผู้เขียนได้ดีว่านอกจากจะจำตัวบทได้แล้วยังสามารถนำหลักกฎหมายนั้นมาปรับใช้กับข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นได้อีกด้วย แต่มันก็อาจจะเป็นเรื่องที่ยากสำหรับคนที่เข้าใจแต่ถ่ายทอดออกมาไม่เป็น ซึ่งคนประเภทนี้ต้องฝึกเขียนและฝึกพูดให้เพื่อนหรืออาจารย์ช่วยทดสอบบ่อย ๆ หรือก็คือ หัดมีน้ำใจช่วยติวให้เพื่อน ๆ บ่อย ๆ ก็จะสามารถเป็นนักกฎหมายที่มีการถ่ายทอดเป็นเลิศได้ แถบยังได้ทบททวนความรู้ตัวเองและช่วยเหลือเพื่อนๆ ได้ดีอีกด้วย)

ส่วนที่ 3 สรุป
                    ดังนั้น................................................................................................................................

                    (เป็นการตอบคำถามตามที่ถาม เช่น คำถามถามว่านิติกรรมนี้มีผลทางกฎหมายอย่างไร ก็ตอบไปว่า นิติกรรมนี้เป็นโมฆะ เท่านั้นเองไม่ต้องอธิบายอะไรอีกเพราะเราเขียนไว้ในส่วนที่สองหมดแล้ว)

ข้อสอบแบบบรรยาย 
              การตอบข้อสอบบรรยายควรอ่านให้มาก แต่เขียนแบบย่อความ เอาเฉพาะประเด็นที่ถามพร้อมยกตัวอย่างประกอบให้ถูกต้องและเข้าใจง่าย คุณก็จะได้คะแนนเต็มแน่นอน
Ex  สิทธิคืออะไร เหมือนหรือแต่ต่างกับหน้าอย่างไร จงอธิบายพอสังเขป
                    สิทธิ คือ ……………………………………………………...
ตัวอย่าง เช่น.........................................................................................................................................
                    หน้าที่ คือ…………………………………………………….
ตัวอย่างเช่น..........................................................................................................................................
ข้อที่เหมือนกัน คือ 1………………………………
                                  2………………………………
ข้อที่แตกต่างกัน คือ 1……………………………….
                                   2……………………………….


(ที่มา : ชมรมกฎหมาย เพื่อประชาชน) 

วันพฤหัสบดีที่ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2557

หนังสือภายนอก หนังสือภายใน และบันทึก

  
หนังสือภายนอก
หนังสือภายใน
บันทึก
1.  ติดต่อระหว่างกระทรวงหรือ
ติดต่อกับหน่วยงานและบุคคลอื่น
1.  ติดต่อระหว่างกรมหรือเทียบเท่า
ในสังกัดกระทรวงเดียวกัน
1.  ติดต่อภายในกรมเดียวกัน

2.   ผู้ลงนามเป็นหัวหน้าส่วนราชการ
ระดับกระทรวง หรือผู้ได้รับมอบหมาย
2.  ผู้ลงนามเป็นหัวหน้าส่วนราชการ
ระดับกรม  หรือผู้ได้รับมอบหมาย
2.  หัวหน้าส่วนราชการหรือ เจ้าหน้าที่ก็สามารถลงนามได้
3.  ใช้รูปแบบหนังสือภายนอกใช้      กระดาษครุฑ  มีเรื่อง  เรียน  และ อ้างถึง สิ่งที่ส่งมาด้วย (ถ้ามี)
3.  ใช้รูปแบบหนังสือภายใน  ใช้
กระดาษบันทึกข้อความ  มีเฉพาะ
เรื่องกับเรียน
3. ใช้กระดาษบันทึกข้อความ หรือ
กระดาษอื่นก็ได้ อาจไม่มีเรื่องก็ได้
4.  เป็นพิธีการเต็มรูปแบบ
ออกเลขที่ทุกครั้ง
4.  เป็นทางการ  ออกเลขที่  แต่เป็น
พิธีการน้อยกว่า
4.  เป็นทางการหรือไม่เป็นทางการ
ก็ได้  ออกเลขที่ภายใน หรือไม่มีเลขที่ก็ได้
5.  ต้องพิมพ์ให้เรียบร้อย
5.  ต้องพิมพ์ให้เรียบร้อย
5.  พิมพ์หรือเขียนด้วยลายมือก็ได้

6.  มีสำเนาคู่ฉบับและสำเนาครบถ้วน
6.  มีสำเนาคู่ฉบับและสำเนาครบถ้วน
6.  อาจไม่มีสำเนาก็ได้

วันศุกร์ที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

หน้าที่พนักงานสอบสวนผู้เชี่ยวชาญ

พนักงานสอบสวนผู้เชี่ยวชาญ  มีอำนาจและหน้าที่ความรับผิดชอบ ดังนี้ 

      ๑. ปฏิบัติหน้าที่เป็นพนักงานสอบสวนตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาและกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง
      ๒. ปฏิบัติหน้าที่เป็นพนักงานสอบสวนรับผิดชอบสอบสวนคดีความผิดอาญาทุกประเภท ยกเว้นประเภทและลักษณของคดีที่อยู่ในความรับผิดชอบของพนักงานสอบสวนผู้เชี่ยวชาญพิเศษ และให้มีหน้าที่รับผิดชอบทำการสอบสวนคดีความผิดอาญา ตามประเภทและลักษณะของคดี ดังนี้
          (๑) คดีที่มีหรืออาจมีผลกระทบอย่างรุนแรงต่อความสงบเรียบร้อย ศีลธรรมอันดีของประชาชน ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศหรือระบบเศรษฐกิจ
          (๒) คดีที่มีความตายเกิดขึ้นโดยการกระทำของเจ้าพนักงานซึ่งอ้างว่าปฏิบัติราชการตามหน้าที่ หรือตายในระหว่างอยู่ในความควบคุมของเจ้าพนักงานซึ่งอ้างว่าปฏิบัติราชการตามหน้าที่
          (๓) คดีที่่มีความสำคัญ ยุ่งยาก ซับซ้อน หรือคดีที่ประชาชนให้ความสนใจ
          (๔) คดีที่ผู้กระทำความผิดที่มีลักษณะเป็นกลุ่ม เครือข่าย ขบวนการ หรือองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ หรือเกี่ยวข้องกับผู้มีอิทธิพล
          (๕) คดีที่เกี่ยวข้องกับข้าราชการพลเรือนประเภทบริหารระดับสูงหรือประเภทวิชาการระดับทรงคุณวุฒิ ข้าราชการการเมือง นักการเมือง และสื่อมวลชน
          (๖) คดีเกี่ยวกับพระบรมวงศานุวงศ์ ต่ำกว่าชั้นพระองค์เจ้าเป็นผู้ต้องหาคดีอาญา
          (๗) คดีที่กล่าวหาว่าข้าราชการตำรวจระดับผู้กำกับการหรือพนักงานสอบสวนผู้ทรงคุณวุฒิหรือเทียบเท่า มีส่วนเกี่ยวข้องหรือมีส่วนได้เสีย หรือถูกจับหรือต้องหาคดีอาญา เว้นแต่เป็นคดีลหุโทษ หรืออัตราโทษไม่สูงกว่าลหุโทษ หรือคดีที่กระทำโดยประมาท
          (๘) คดีที่ผู้บังคับบัญชาเห็นสมควร เพื่อสร้างความเชื่อมั่น หรือความพึงพอใจให้กับประชาชน หรือเพื่อประโยชน์ของทางราชการ และมอบหมายให้รับผิดชอบทำการสอบสวน
      ๓. เข้าร่วมทำการสอบสวน ตามที่หัวหน้างานสอบสวน หรือผู้บังคับบัญชามอบหมาย
      ๔. สืบสวนหาข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานเฉพาะในคดีที่รับผิดชอบ เพื่อทราบรายละเอียดของการกระทำความผิดที่เกิดขึ้น
      ๕. ในกรณีเป็นพนักงานสอบสวนผู้เชี่ยวชาญ ทำหน้าที่หัวหน้างานสอบสวน มีหน้าที่บริหารงานคดี กำกับดูแล ตรวจสอบ เร่งรัด สั่งการ แนะนำ เข้าร่วมสอบสวน ในการทำสำนวนการสอบสวนของพนักงานสอบสวนถึงพนักงานสอบสวนผู้เชี่ยวชาญ
      ๖. กำกับดูแล ตรวจสอบ เร่งรัด สั่งการ แนะนำ การปฏิบัติหน้าที่ของข้าราชการตำรวจในสังกัด
      ๗. เป็นที่ปรึกษาเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย หรือการสอบสวนให้กับข้าราชการตำรวจและประชาชน
      ๘. ปฏิบัติงานอื่น ๆ ที่ผู้บังคับบัญชามอบหมาย

วันเสาร์ที่ 7 มิถุนายน พ.ศ. 2557

กฎหมายเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติ

พ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ศ.๒๔๘๔ 
  +  ประกาศกระทรวงเกษตร เรื่อง การกำหนดเขตควบคุมการแปรรูปไม้ (พ.ศ.๒๔๙๙)
  +  พ.ร.ฎ.กำหนคไม้หวงห้าม พ.ศ.๒๕๓๐
  +  พ.ร.ฎ.กำหนดของป่าหวงห้าม พ.ศ.๒๕๓๐
พ.ร.บ.ให้ใช้ประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ.๒๔๙๗
พ.ร.บ.ป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ.๒๕๐๗  
พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.๒๕๓๕ 
พ.ร.บ.สวนป่า พ.ศ.๒๕๓๕
พ.ร.บ.เลื่อยโซ่ยนต์ พ.ศ.๒๕๔๕
+  หนังสือที่ ตร. ๐๐๑๑.๒๕/๕๐๑๔ ลง ๒๑ พฤศจิกายน ๒๕๕๖  เรื่อง แนวทางปฏิบัติการสอบสวนคดีอาญากรณีพิเศษบางประเภท (คลิกที่นี่)
+  หนังสือที่ ตช ๐๐๑๖/๕๐๓๑ ลง ๒๕ พฤศจิกายน ๒๕๕๖ เรื่อง  การสอบสวนคดีอาญาในอำนาจหน้าที่ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ  (คลิกที่นี่)
+  หนังสือที่ อส ๐๐๐๗(พก)/ว ๙๒ ลง ๒๒ เมษายน ๒๕๕๗  เรื่อง แนวทางปฏิบัติในการดำเนินคดีอาญาของพนักงานอัยการ (คลิกที่นี่)

วันศุกร์ที่ 30 พฤษภาคม พ.ศ. 2557

หน้าที่พนักงานสอบสวนผู้ทรงคุณวุฒิ

พนักงานสอบสวนผู้ทรงคุณวุฒิ  มีอำนาจและหน้าที่ความรับผิดชอบ ดังนี้

      ๑. ปฏิบัติหน้าที่เป็นพนักงานสอบสวนตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาและกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง
      ๒. ปฏิบัติหน้าที่เป็นพนักงานสอบสวนรับผิดชอบสอบสวนคดีความผิดอาญาทุกประเภท ยกเว้นประเภทและลักษณะของคดีที่อยู่ในความรับผิดชอบของพนักงานสอบสวนผู้เชี่ยวชาญ ถึงพนักงานสอบสวนผู้เชียวชาญพิเศษ และให้มีหน้าที่รับผิดชอบทำการสอบสวนคดีความผิดอาญาตามประเภทและลักษณะของคดี ดังนี้
          (๑) คดีฆ่าผู้อื่นและมีผู้เสียชีวิตมากกว่า ๒ ขึ้นไป หรือฆ่าเจ้าพนักงานซึ่งกระทำการตามหน้าที่ หรือเพราะเหตุที่จะกระทำการตามหน้าที่
          (๒) คดีปล้นทรัพย์และเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายสาหัสหรือเป็นเหตุให้ถึงแก่ความตาย โดยมีหรือใช้อาวุธสงครามและวัตถุระเบิด หรือมีทรัพย์สินถูกประทุษร้ายมากกว่าสิบล้านบาทขึ้นไป
          (๓) คดีวางเพลิงและเป็นเหตุให้บุคคลอื่นถึงแก่ความตาย
          (๔) คดีลักพาตัวไปเรียกค่าไถ่ซึ่งมีผู้ร่วมกระทำผิดตั้งแต่ ๒ คนขึ้นไป หรือเป็นเหตุให้ผู้ถูกเอาตัวไป ผู้ถูกหน่วงเหนี่ยว หรือผู้ถูกกักขังถึงแก่ความตาย
          (๕) คดีข่มขืนกระทำชำเราในลักษณะโทรมหญิงและเป็นเหตุให้ผู้ถูกกระทำถึงแก่ความตาย
          (๖) คดีความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดให้โทษสำหรับยาเสพติดให้โทษประเภทที่ ๑ และ ๒ น้ำหนักมากกว่า ๑,๕๐๐ กรัมขึ้นไป ยาเสพติดให้โทษประเภท ๓, ๔ และ ๕ น้ำหนักมากกว่า ๑,๕๐๐ กิโลกรัมขึ้นไป
          (๗) คดีที่บุคคลในคณะรัฐมนตรี สมาชิกรัฐสภา เป็นผู้ต้องหา เว้นแต่เป็นคดีลหุโทษหรืออัตราโทษไม่สูงกว่าลหุโทษ หรือคดีที่กระทำโดยประมาท
          (๘) คดีที่บุคคลในคณะฑูต กงสุล และบุคคลในองค์การสหประชาชาติหรือองค์การรัฐต่างประเทศเข้ามาช่วยเหลือราชการในประเทศไทย เป็นผู้เสียหายหรือผู้ต้องหา
          (๙) คดีที่ผู้พิพากษา ข้าราชการพลเรือนประเภทบริหารระดับต้น หรือประเภทวิชาการระดับเชี่ยวชาญ หรือเทียบเท่าขึ้นไป หรือข้าราชการทหาร ตั้งแต่ชั้นพลตรี พลเรือตรี พลอากาศตรี ถูกจับหรือต้องหาคดีอาญา เว้นแต่เป็นคดีลหุโทษ หรืออัตราโทษไม่สูงกว่าลหุโทษ หรือคดีที่กระทำโดยประมาท
          (๑๐) คดีที่กล่าวหาว่าข้าราชการตำรวจระดับรองผู้กำกับการหรือพนักงานสอบสวนผู้ชำนาญการพิเศษหรือเทียบเท่ามีส่วนเกี่ยวข้องหรือมีส่วนได้เสีย หรือถูกจับ หรือต้องหาคดีอาญา เว้นแต่ เป็นคดีลหุโทษหรืออัตราโทษไม่สูงกว่าลหุโทษ หรือคดีที่กระทำโดยประมาท
          (๑๑) คดีที่บุคคลรวมกลุ่มในลักษณะเป็นแก้งประกอบมิจฉาชีพในรูปแบบต่าง ๆ เช่น กลุ่มมือปืนรับจ้าง กลุ่มอันธพาล กลุ่มจับคนไปเรียกค่าไถ่ กลุ่มขู่เข็ญเรียกค่าคุ้มครอง กลุ่มปล่อยเงินกู้นอกระบบ กลุ่มค้าอาวุธผิดกฎหมาย กลุ่มค้ายาเสพติดให้โทษ กลุ่มโจรกรรมรถยนต์รถจักรยานยนต์ กลุ่มลักพระพุทธรูป กลุ่มลักทรัพย์ในอาคาร กลุ่มลักโค กระบือ ช้างม้า เครื่องมือเกษตร หรือกลุ่มบุคคลที่ประกอบการอันเป็นภัยต่อสังคม เช่น กลุ่มรับจัดหาโดยหลอกลวงคนไปทำงานทั้งในประเทศหรือต่างประเทศเหล่านี้ เป็นต้น
           (๑๒) คดีที่ผู้บังคับบัญชามอบหมายให้รับผิดชอบทำการสอบสวน
      ๓. เข้าร่วมทำการสอบสวนหรือปฏิบัติหน้าที่เป็นพนักงานสอบสวนเวรตามที่หัวหน้างานสอบสวน หรือผู้บังคับบัญชามอบหมาย
      ๔. สืบสวนหาข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานเฉพาะในคดีที่รับผิดชอบ เพื่อทราบรายละเอียดของการกระทำความผิดที่เกิดขึ้น
      ๕. ในกรณีเป็นพนักงานสอบสวนผู้ทรงคุณวุฒิทำหน้าที่หัวหน้างานสอบสวน มีหน้าที่บริหารงานคดี กำกับดูแล ตรวจสอบ เร่งรัด สั่งการ แนะนำ เข้าร่วมสอบสวน ในการทำสำนวนการสอบสวนของพนักงานสอบสวนถึงพนักงานสอบสวนผู้ทรงคุณวุฒิ
      ๖. กำกับดูแล ตรวจสอบ เร่งรัด สั่งการ แนะนำ การปฏิบัติหน้าที่ของข้าราชการตำรวจในสังกัด
      ๗. เป็นที่ปรึกษาเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย หรือการสอบสวนให้กับข้าราชการตำรวจและประชาชน
      ๘. ปฏิบัติงานอื่น ๆ ที่ผู้บังคับบัญชามอบหมาย

---------------------------------------------------------------------------------------------------------

คำพิพากษาศาลฎีกาที่  876/2555
 ป.วิ.อ. มาตรา 18

          ตาม ป.วิ.อ.มาตรา 18 บัญญัติให้ข้าราชการตำรวจซึ่งมียศตั้งแต่ชั้นนายร้อยตำรวจตรีหรือเทียบเท่านายร้อยตำรวจตรีขึ้นไป มีอำนาจสอบสวนความผิดอาญาซึ่งได้เกิด หรืออ้าง หรือเชื่อว่าได้เกิดในเขตอำนาจของตน หรือผู้ต้องหามีที่อยู่หรือถูกจับภายในเขตอำนาจของตนได้ จำเลยฎีกาว่า การสอบสวนไม่ชอบเพราะ ร. เป็นพนักงานสอบสวนสัญญาบัตร 1 ซึ่งเป็นผู้สอบสวนประจักษ์พยานโจทก์ทั้งหมด แต่ระเบียบสำนักงานตำรวจแห่งชาติกำหนดให้คดีที่มีอัตราโทษจำคุกตั้งแต่ 10 ปีขึ้นไป พนักงานสอบสวนผู้มีอำนาจสอบสวนเป็นพนักงานสอบสวนสัญญาบัตร 3 นั้น เมื่อคดีนี้เหตุเกิดในเขตอำนาจของสถานีตำรวจภูธรอำเภอหาดใหญ่ที่ ร. ประจำอยู่ ร. จึงมีอำนาจสอบสวนคดีนี้ ส่วนระเบียบสำนักงานตำรวจแห่งชาติเป็นระเบียบซึ่งกำหนดวิธีการบริหารภายในของราชการตำรวจ มิได้ทำให้อำนาจการสอบสวนที่กำหนดไว้ใน ป.วิ.อ. ต้องเปลี่ยนแปลงไป ฎีกาของจำเลยข้อนี้ฟังไม่ขึ้น

พนักงานสอบสวนผู้รับผิดชอบ

           พงส.ผู้รับผิดชอบ (ตาม ป.วิ.อ) คือ พนักงานสอบสวนที่มีหน้าที่รับผิดชอบในการสอบสวนคดีอาญา จนเห็นว่า การสอบสวนเสร็จแล้ว ได้สรุปสำนวนการสอบสวน ทำความเห็นงดการสอบสวน หรือควรให้งดการสอบสวนในกรณีไม่ปรากฎว่าผู้ใดเป็นผู้กระทำความผิด หรือทำความเห็นว่าควรสั่งฟ้อง หรือสั่งไม่ฟ้อง หรือเปรียบเทียบปรับ ในกรณีรู้ตัวผู้กระทำความผิด ส่งสำนวนไปยังพนักงานอัยการเพื่อพิจารณาต่อไป (ม.๑๔๐) 
           โดยปกติข้าราชการตำรวจซึ่งมียศตั้งแต่ชั้นนายร้อยตำรวจตรีหรือเทียบเท่านายร้อยตำรวจตรีขึ้นไปเป็นพนักงานสอบสวนผู้รับผิดชอบในคดีความผิดอาญาที่ได้เกิดในเขตอำนาจของตน เว้นแต่เมื่อมีเหตุจำเป็นหรือเพื่อความสะดวก จึงให้พนักงานสอบสวนแห่งท้องที่ที่ผู้ต้องหามีที่อยู่หรือถูกจับเป็นผู้รับผิดชอบดำเนินการสอบสวน ในเขตท้องที่ใดมีพนักงานสอบสวนหลายคน ผู้รับผิดชอบดำเนินการสอบสวน คือพนักงานสอบสวนผู้เป็นหัวหน้าในท้องที่นั้น (ม.๑๘) 
           ในกรณีความผิดอาญาได้เกิดในหลายท้องที่ เป็นการไม่แน่ว่าได้กระทำในท้องที่ใดในระหว่างหลายท้องที่ หรือเมื่อความผิดส่วนหนึ่งกระทําในท้องที่หนึ่ง แต่อีกส่วนหนึ่งในอีกท้องที่หนึ่ง หรือเมื่อความผิดนั้นเป็นความผิดต่อเนื่องและกระทําต่อเนื่องกันในท้องที่ต่างๆ เกินกว่าท้องที่หนึ่งขึ้นไป หรือเมื่อเป็นความผิดซึ่งมีหลายกรรม กระทําลงในท้องที่ต่างๆ กัน หรือเมื่อความผิดเกิดขึ้นขณะผู้ต้องหากําลังเดินทาง หรือเมื่อความผิดเกิดขึ้นขณะผู้เสียหายกําลังเดินทาง พนักงานสอบสวนผู้รับผิดชอบ คือ พนักงานสอบสวนซึ่งท้องที่ที่จับผู้ต้องหาได้อยู่ในเขตอํานาจ แต่ถ้าจับผู้ต้องหายังไม่ได้ พนักงานสอบสวนผู้รับผิดชอบ คือ พนักงานสอบสวนซึ่งท้องที่ที่พบการกระทำผิดก่อนอยู่ในเขตอํานาจ (ม.๑๙)
          ถ้าความผิดซึ่งมีโทษตามกฎหมายไทยได้กระทําลงนอกราชอาณาจักรไทย ให้อัยการสูงสุดหรือผู้รักษาการแทนเป็นพนักงานสอบสวนผู้รับผิดชอบ หรือจะมอบหมายหน้าที่นั้นให้พนักงานอัยการหรือพนักงานสอบสวนคนใดเป็นผู้รับผิดชอบทําการสอบสวนแทนก็ได้ ในกรณีที่อัยการสูงสุดหรือผู้รักษาการแทนมอบหมายให้พนักงานสอบสวนคนใดเป็นผู้รับผิดชอบทําการสอบสวน หรือจะมอบหมายให้พนักงานอัยการคนใดทําการสอบสวนร่วมกับพนักงานสอบสวนก็ได้ ให้พนักงานอัยการที่ได้รับมอบหมายให้เป็นพนักงานสอบสวนผู้รับผิดชอบ หรือให้ทําการสอบสวนร่วมกับพนักงานสอบสวน มีอํานาจและหน้าที่ในการสอบสวนเช่นเดียวกับพนักงานสอบสวนบรรดาอํานาจและหน้าที่ประการอื่นที่กฎหมายบัญญัติไว้ให้เป็นอํานาจและหน้าที่ของพนักงานอัยการ ในกรณีที่พนักงานอัยการทําการสอบสวนร่วมกับพนักงานสอบสวน ให้พนักงานสอบสวนปฏิบัติตามคําสั่งและคําแนะนําของพนักงานอัยการในเรื่องที่เกี่ยวกับการรวบรวมพยานหลักฐาน เมื่อพนักงานอัยการหรือพนักงานสอบสวนผู้รับผิดชอบในการสอบสวนแล้วแต่กรณี เห็นว่าการสอบสวนเสร็จแล้ว ให้ทำความเห็นตามมาตรา ๑๔๐ มาตรา ๑๔๑ หรือมาตรา ๑๔๒ ส่งพร้อมสำนวนไปยังอัยการสูงสุดหรือผู้รักษาการแทน (ม.๒๐)